<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>A blog</title>
	<atom:link href="https://www.itisablogsite.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.itisablogsite.com/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Sun, 07 Jul 2024 10:23:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.3</generator>

<image>
	<url>https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/cropped-ablog-1-32x32.png</url>
	<title>A blog</title>
	<link>https://www.itisablogsite.com/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">112643113</site>	<item>
		<title>รีวิวเรียนนิติศาสตร์ รามคำแหง ภาคพิเศษ ส-อา</title>
		<link>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%a3%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%a3%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 Jul 2024 10:23:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทักษะชีวิต/ความรู้รอบตัว]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.itisablogsite.com/?p=5043</guid>

					<description><![CDATA[<p>รีวิวเรียนนิติราม ภาคพิเศษ ส-อา หลังจากเรียนไป 3 สัปดาห์ การเรียนไม่มีอะไรมาก เหมือนกันเรียนสมัยก่อนทั่วไป ตึกเก่า พื้นปูกระเบื้องยาง สลับหินอ่อนตามสมัยนิยมช่วงปี 2520-2530 เข้าใจว่าหลังๆย้ายไปบางนา เลยไม่ได้ปรับปรุงห้องและอาหารเท่าไรนัก โต๊ะก็โต๊ะยาวไม้แบบสมัยก่อน ไม่มีที่เสียบปลั๊กแบบโต๊ะสมัยใหม่ การเรียนก็เป็นสไลด์บ้าง เป็นปิ้งหนังสือบ้าง ปริ้นสไลด์มาปิ้งบ้าง ส่วนคนเรียนช่วงแรกๆใช้ ipad เยอะ แต่หลังๆมาเริ่มเปลี่ยนเป็นสมุดจด อาจเพราะไม่มีที่ซ๊าต + ข้อสอบเป็นอัตนัยทั้งหมด ทำให้การเขียนทำให้คุ้นชินกับการทำข้อสอบได้มากกว่า การสอบก็เรียนจบ 1 วิชา เสร็จแล้วก็สอบเลย ไล่ไปเรื่อยๆทีละวิชา ในส่วนของ profile ของคนที่มาเรียนนั้นน่าสนใจกว่า เพราะราวๆ 20-30% เป็นเด็กอายุไม่เกิน 20 อายุน้อยสุดพึ่งจะ 16 (สอบ GED แล้วมาต่อ ป.ตรีเลย)...</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%a3%e0%b8%b2/">รีวิวเรียนนิติศาสตร์ รามคำแหง ภาคพิเศษ ส-อา</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>รีวิวเรียนนิติราม ภาคพิเศษ ส-อา หลังจากเรียนไป 3 สัปดาห์</p>



<p>การเรียนไม่มีอะไรมาก เหมือนกันเรียนสมัยก่อนทั่วไป ตึกเก่า พื้นปูกระเบื้องยาง สลับหินอ่อนตามสมัยนิยมช่วงปี 2520-2530 เข้าใจว่าหลังๆย้ายไปบางนา เลยไม่ได้ปรับปรุงห้องและอาหารเท่าไรนัก โต๊ะก็โต๊ะยาวไม้แบบสมัยก่อน ไม่มีที่เสียบปลั๊กแบบโต๊ะสมัยใหม่ การเรียนก็เป็นสไลด์บ้าง เป็นปิ้งหนังสือบ้าง ปริ้นสไลด์มาปิ้งบ้าง ส่วนคนเรียนช่วงแรกๆใช้ ipad เยอะ แต่หลังๆมาเริ่มเปลี่ยนเป็นสมุดจด อาจเพราะไม่มีที่ซ๊าต + ข้อสอบเป็นอัตนัยทั้งหมด ทำให้การเขียนทำให้คุ้นชินกับการทำข้อสอบได้มากกว่า การสอบก็เรียนจบ 1 วิชา เสร็จแล้วก็สอบเลย ไล่ไปเรื่อยๆทีละวิชา</p>



<p>ในส่วนของ profile ของคนที่มาเรียนนั้นน่าสนใจกว่า เพราะราวๆ 20-30% เป็นเด็กอายุไม่เกิน 20 อายุน้อยสุดพึ่งจะ 16 (สอบ GED แล้วมาต่อ ป.ตรีเลย) กลุ่มนี้แบ่งเป็นได้ 2 กลุ่มใหญ่ๆคือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย เลยเลือกเรียน ส-อา</li>



<li>เรียน ป.ตรี ควบกับมหาลัยอื่น แล้วมาเรียนที่รามเพิ่มเพื่อเอา 2 ใบ</li>
</ol>



<p>เด็กรุ่นนี้น่าสนใจ เพราะหลายคนไม่เรียน ม.ปลาย พึ่งรู้เหมือนกันว่า เดี๋ยวนี้ระบบการศึกษาเปิดให้เรียนออนไลน์ที่บ้านได้มากขึ้น รวมถึงมีคนเรียนแบบ home school เยอะกว่าสมัยเรามาก โดยรวมเด็กรุ่นนี้วางแผนชีวิตกันมาดีเช่นคนที่เรียน home school ก็จะมองว่า ก็ต้องเรียนพิเศษอยู่แล้ว ทำไมต้องไปเรียนที่โรงเรียนอีก สู้ลง pre-degree ควบกับสอบ GED ไปด้วยเลยดีกว่า พวกนี้รู้สึกว่าการมีปริญญาใบเดียวไม่พอ หรือมองว่าการทำงานไปด้วยสำคัญกว่าเรียนอย่างเดียว</p>



<p>แต่คนที่เรียน ม.ปลาย ก็มีนะ แต่คนที่เรียนคือจะมองว่าเค้ามีเพื่อน ม.ปลายที่ดี เลยอยาก keep สังคม ม.ปลายไว้ แต่คนที่ไม่เรียนก็มองว่า connection ม.ปลาย ก็ไม่ได้ดีเท่าไร เสียเวลา หาเอาที่อื่นดีกว่า (แต่เอาจริงๆก็อดคิดไม่ได้ว่า เด็กมันมีประสบการณ์มากพอจะมองออกว่าคุณภาพของเพื่อนหรือสังคมจะดีหรือแย่ตั้งแต่ ม.4 แล้วหรอ)</p>



<p>น่าดีใจว่า สิ่งพวกนี้เป็นสิ่งที่คนรุ่นเราคิดกันตั้งแต่สมัยเรียน แต่ทำไม่ได้ (หรือทำได้ แต่ทำยากกว่าสมัยนี้เยอะ) พอเด็กรุ่นนี้ที่เป็นลูกของ gen Y ตอนต้น gen X ตอนปลาย ก็มาทำสิ่งนี้ให้เป็นจริง</p>



<p>ส่วนที่เหลือ จะเป็นกลุ่มที่ทำงานแล้ว กลุ่มนี้ส่วนมากอยู่ใน middle class ของชนชั้นทางสังคม และครึ่งนึงคือเป็นกลุ่มที่ขาดโอกาสมาก่อน แต่ fight จนมาอยู่ในระดับ middle class ได้สำเร็จ (มีกลุ่ม elite แค่ประมาณ 1% ของ class) กลุ่มนี้มีตั้งแต่อายุ 20 ไปจนถึง 50 กว่า และส่วนใหญ่อยู่ในสายงานราชการ โดย</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ประมาณ 20% เป็นตำรวจ</li>



<li>กลุ่มที่พยายามอัพระดับตัวเอง เช่น บรรจุเป็น ขรก. อยู่แล้ว แต่เลื่อนระดับไม่ได้ เพราะวุฒิไม่ตรง เลยพยายามสอบชิงทุนของหน่วยงานได้ พอสอบได้เลยมาเรียนต่อ</li>



<li>ส่วนใหญ่ทำงานในแวดวงฝ่ายกฎหมายและปกครอง เช่น ปปส ปปช กกต พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มีองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นบ้าง แต่น้อยกว่าที่คิด</li>
</ol>



<p>โดยรวมโปรไฟล์อาจไม่ได้อยู่กลุ่ม A แต่ว่าเป็นพวกหิว อยากพัฒนาตัวเอง อยากจะอัพระดับชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเอง รู้สึกได้ถึงความเป็นนักสู้ของแต่ละคน</p>



<p>ที่น่าสนใจอีกจุดนึงในกลุ่มที่ทำงานแล้วคือเกิน 70% มีปริญญามาแล้ว 2 ใบ และราวๆ 50% จบ ป.โท มาแล้วด้วย ถือว่านี่ที่มีวุฒิ ป.ตรี อย่างเดียว เป็นวุฒิต่ำๆใน class เลย แสดงว่าคนที่มาเรียน รักการเรียนกันพอสมควร เพราะเรียนกันมาเยอะจริงๆ 55555+ และวุฒิโทที่จบกันเยอะสุดคือ รัฐศาสตร์ รองลงมาคือบริหาร</p>



<p>ดังนั้นพอเห็นเทรนในอนาคตว่า ความเชี่ยวชาญในศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งและความรู้กว้างๆในสาขาอื่นๆ เป็น T shape อาจจะไม่พออีกแล้ว อาจต้องมีความเชี่ยวชาญใน 2 ศาสตร์ เป็น V shape Y shape U shape</p>



<p>อีกจุดนึงที่น่าสนใจ ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะรามคำแหง ภาคปกติพึ่งเปิดเทอมเมื่อวันที่ 2 กค. ที่ผ่านมา ซึ่งภาคพิเศษเปิดก่อนหน้านั้น แต่ตอนที่มีแต่ภาคพิเศษเรียน โรงอาหารค่อนข้างเงียบ ไม่มีคน แต่หลังจากภาคปกติเปิดเรียนได้เพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้น โต๊ะเก้าอี้ใต้ตึกกลับเนืองแน่นไปด้วย นศ. ที่มาอ่านหนังสือในวันอาทิตย์ (ดังรูป) ทำให้อดคิดเปรียบเทียบกับตึกส้มของคณะเภสัชตอนสมัยที่ตัวเองเป็นนักศึกษาไม่ได้ เพราะตอนนั้น การจะได้เห็นคนมาอ่านหนังสือกันแน่นๆ ก็ต้องหลังเดือนแรกของการเปิดเทอมไปแล้ว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="967" data-attachment-id="5044" data-permalink="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%a3%e0%b8%b2/attachment/image/" data-orig-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2024/07/image.jpg" data-orig-size="1106,1044" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;0&quot;}" data-image-title="image" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2024/07/image-300x283.jpg" data-large-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2024/07/image-1024x967.jpg" src="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2024/07/image-1024x967.jpg" alt="" class="wp-image-5044" srcset="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2024/07/image-1024x967.jpg 1024w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2024/07/image-300x283.jpg 300w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2024/07/image-768x725.jpg 768w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2024/07/image.jpg 1106w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ที่น่าสังเกตุอีกอย่างคือเด็กภาคปกติ มักจะอ่านชีสสรุป แล้วนั่งติวกันเป็นกลุ่มๆ ในขณะที่ภาคพิเศษ มักจะอ่านจากที่ตัวเองจดสรุป แล้วไปหาซื้อหนังสือจากศูนย์หนังสือมาอ่านเสริม แล้วอ่านแบบตัวใครตัวมัน แต่จะเอาเนื้อหาของตัวเองมาแชร์กับเพื่อนในไลน์กลุ่มแทน</p>



<p>อ๋อ ในส่วนของภาคพิเศษ ไม่มี e-learning ไม่มี zoom ไม่มีเรียนย้อนหลังให้ แต่ภาคปกติจะมี e-learning ให้ แต่เฉพาะช่วงปี 1-2 ของการเรียน</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%a3%e0%b8%b2/">รีวิวเรียนนิติศาสตร์ รามคำแหง ภาคพิเศษ ส-อา</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%a3%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">5043</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เว็บ fiwfans มีรายได้เท่าไร?</title>
		<link>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-fiwfans-%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
					<comments>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-fiwfans-%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 02 Mar 2024 18:45:31 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเงิน/ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[การเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้รอบตัว]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.itisablogsite.com/?p=4692</guid>

					<description><![CDATA[<p>ลองคิดเล่นๆ</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-fiwfans-%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a3/">เว็บ fiwfans มีรายได้เท่าไร?</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ลองคิดเล่นๆ </p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ถ้าประกาศใน fiwfans จะเสียค่าประกาศ 400 บาท/คน/เดือน</li>



<li>ถ้าติด superstar จะเสียเพิ่ม 1000 บาท/คน/สัปดาห์</li>



<li>โดยเฉลี่ยมีคนลงประกาศวันละ 1100 คน</li>



<li>ดังนั้นเว็บมีรายได้ 400 x 1100 = 440,000 บาท/เดือน หรือ 5,280,000 บาท/ปี</li>



<li>โดยเฉลี่ยมีเด็กประมาณ 60% ทึ่คิด superstar ดังนั้นเว็บมีรายได้ 1100 x (60/100) 1000 x 52 = 34,320,000 บาท/ปี</li>



<li>ดังนั้นโดยเฉลี่ยเว็บมีรายได้ = (34,320,000+5,280,000)/12 = 3,300,000 บาท/เดือน</li>
</ul>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-fiwfans-%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a3/">เว็บ fiwfans มีรายได้เท่าไร?</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-fiwfans-%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">4692</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ทำไมถึงเลิกผลิตขนมแมวดำ</title>
		<link>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94/</link>
					<comments>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 27 Dec 2023 17:15:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเงิน/ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[การเงิน]]></category>
		<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.itisablogsite.com/?p=4417</guid>

					<description><![CDATA[<p>บทความนี้เขียนด้วยความหงุดหงิดเล็กๆว่า ทุกเพจ ทุกสื่อ ต่างก็ลงข่าวว่า &#8220;ปิดตำนานขนมแมวดำ&#8221; หรือ &#8220;ลาก่อนหมากฝรั่งยุค 90&#8221; (จริงๆไม่ 90 หรอก ข่าวต้นทางมันพาดหัว clickbait จริงๆต้อง 2499 โน่น) ซึ่งออกแนวเป็น clickbait พอกดไปอ่านจริงๆ ก็ไม่มีบอกว่าเลิกผลิตทำไม จริงๆ ขนมแมวดำ ถูกผลิตโดย ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงงานลูกกวาดเทสตี้ จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2499 ทุนจดทะเบียน 8 ล้านบาท มีรายชื่อผู้เป็นหุ้นส่วน 7 คน ลงหุ้นด้วยเงินสด ในจำนวนที่แตกต่างกันไป และมีที่ตั้งสำนักงานใหญ่ อยู่ที่ อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร ซึ่ง โรงงานลูกกวาดเทสตี้ จริงๆโรงงานนี้ไม่ได้มีแต่ขนมแมวดำนะ มีขนมในตำนานอีกหลายอย่าง...</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94/">ทำไมถึงเลิกผลิตขนมแมวดำ</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>บทความนี้เขียนด้วยความหงุดหงิดเล็กๆว่า ทุกเพจ ทุกสื่อ ต่างก็ลงข่าวว่า &#8220;ปิดตำนานขนมแมวดำ&#8221; หรือ &#8220;ลาก่อนหมากฝรั่งยุค 90&#8221; (จริงๆไม่ 90 หรอก ข่าวต้นทางมันพาดหัว clickbait จริงๆต้อง 2499 โน่น) ซึ่งออกแนวเป็น clickbait พอกดไปอ่านจริงๆ ก็ไม่มีบอกว่าเลิกผลิตทำไม </p>



<p>จริงๆ ขนมแมวดำ ถูกผลิตโดย ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงงานลูกกวาดเทสตี้ จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2499 ทุนจดทะเบียน 8 ล้านบาท มีรายชื่อผู้เป็นหุ้นส่วน 7 คน ลงหุ้นด้วยเงินสด ในจำนวนที่แตกต่างกันไป และมีที่ตั้งสำนักงานใหญ่ อยู่ที่ อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร</p>



<p>ซึ่ง โรงงานลูกกวาดเทสตี้  จริงๆโรงงานนี้ไม่ได้มีแต่ขนมแมวดำนะ มีขนมในตำนานอีกหลายอย่าง เช่น ลูกอมตราจรวด, ฮารีส (ลูกอมรสมะนาว), ทอฟฟี่รสต่างๆ, ลูกอมตราฟรุทชิววี่ และอื่นๆอีก และเอาจริงๆงบการเงินก็ไม่ได้แย่ด้วย โดยมีงบการเงินช่วงปี 2561 &#8211; 2565 ดังนี้</p>



<h4 class="wp-block-heading">รายได้รวม</h4>



<p>ปี 2561 จำนวน 34,557,491.71 บาท<br>ปี 2562 จำนวน 30,521,681.76 บาท<br>ปี 2563 จำนวน 23,218,560.33 บาท<br>ปี 2564 จำนวน 20,634,106.78 บาท<br>ปี 2565 จำนวน 29,450,113.89 บาท</p>



<h4 class="wp-block-heading">รายจ่ายรวม</h4>



<p>ปี 2561 จำนวน 33,132,347.10 บาท<br>ปี 2562 จำนวน 30,681,196.38 บาท<br>ปี 2563 จำนวน 22,751,674.02 บาท<br>ปี 2564 จำนวน 19,796,132.60 บาท<br>ปี 2565 จำนวน 28,514,514.79 บาท</p>



<p>ทั้งนี้ข้อมูลงบการเงิน 5 ปีย้อนหลัง พบว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงงานลูกกวาดเทสตี้ มีกำไร-ขาดทุน ดังนี้</p>



<p>ปี 2561 กำไร 1,139,935.69 บาท<br>ปี 2562 ขาดทุน 337,898.59 บาท<br>ปี 2563 กำไร 381,304.64 บาท<br>ปี 2564 กำไร 740,201.37 บาท<br>ปี 2565 กำไร 729,951.10 บาท</p>



<p>จะเห็นได้ว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานี้ ยอดขายปีละ 20-34 ล้าน กำไรปีนึงก็หลายแสนต่อปีไปจนถึงหลักล้านก็มี มีกำไรลดช่วงโควิดหน่อย แต่หลังโควิดก็ฟื้นตัวมาตลอด ฟื้นเร็วด้วย ดูไม่มีเหตุผลให้ต้องปิดเลย แต่ข่าวมันก็ออกแค่นี้ กดไปอ่านก็ไม่มีบอก ทำตัวเป็น clickbait ก็เลยต้องหาเองว่าปิดทำไม ก็เลยเจอความจริงดังรูป</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-full"><img decoding="async" width="786" height="960" data-attachment-id="4418" data-permalink="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94/attachment/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%b3/" data-orig-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/12/เหตุผลที่ปิด-ขนมแมวดำ.jpg" data-orig-size="786,960" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;0&quot;}" data-image-title="เหตุผลที่ปิด-ขนมแมวดำ" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/12/เหตุผลที่ปิด-ขนมแมวดำ-246x300.jpg" data-large-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/12/เหตุผลที่ปิด-ขนมแมวดำ.jpg" src="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/12/เหตุผลที่ปิด-ขนมแมวดำ.jpg" alt="" class="wp-image-4418" srcset="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/12/เหตุผลที่ปิด-ขนมแมวดำ.jpg 786w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/12/เหตุผลที่ปิด-ขนมแมวดำ-246x300.jpg 246w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/12/เหตุผลที่ปิด-ขนมแมวดำ-768x938.jpg 768w" sizes="(max-width: 786px) 100vw, 786px" /></figure></div>


<p>สรุปก็คือ หุ้นส่วนตายหมดแล้ว ก็เลยปิด </p>



<p>แต่เอาจริงๆขายโรงงานก็น่าจะมีคนซื้อนะเพราะ product หลายตัวยังติดตลาด ยอดขายก็กำไรทุกปี ขนาดโควิดยอดขายตกแต่ก็ยังกำไร หลังโควิดยอดขายโตขึ้นมาอีก 10 ล้าน ถ้าขายนี่แค่ asset ตัวโรงงานก็มีมูลค่าเยอะแล้ว แล้วยังมีทรัพย์สินเรื่องตัว product ที่ขายได้ติดตลาดมานานแล้วอีก </p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94/">ทำไมถึงเลิกผลิตขนมแมวดำ</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%94/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">4417</post-id>	</item>
		<item>
		<title>เราจะแก้ปัญหาคนไทยมีลูกน้อยได้อย่างไร</title>
		<link>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%b9/</link>
					<comments>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%b9/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 13 Sep 2023 15:30:01 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.itisablogsite.com/?p=4163</guid>

					<description><![CDATA[<p>ก่อนที่เราจะดูวิธีแก้ปัญหาลูกน้อย ผมว่าเรามาดูที่ปัญหากันก่อนดีกว่าว่าทำไมคนไทยมีลูกน้อย ถ้า segment ปัญหานี้ออกเป็นชนชั้น น่าจะเป็นแบบนี้ (ปัจจุบันอัตราการเกิดของไทยลดลงจาก 8 แสน &#8211; 1 ล้าน คนต่อปี เหลือ 4-5 แสนคนต่อปี หรือลดลงราวๆครึ่งนึง) ทีนี้ ถ้าแจกเงินแบบไม่คิดอะไร จ่ายเป็นรายหัว มันไปกระตุ้นให้คนล่าง &#8211; กลางล่าง มีลูกเยอะขึ้น และเงินก็ไม่รู้ไปถึงเด็กจริงๆไหม บางครอบครัวถึงเด็กจริง แต่บางครอบครัวก็กลายเป็นค่าเหล้าค่าเบียร์พ่อแม่หมด ทีนี้มาดูกันว่า ทำไมระดับ กลาง ถึงมีลูกน้อยลง วิธีการแก้ปัญหา สำหรับเรื่องการเพิ่มวันลาหลังคลอด ข้อนี้ +/- เพราะมองว่าไม่ได้กระตุ้นชนชั้นกลางบนมากนัก แต่ไปทำให้กลุ่มที่มีลูกมากอยู่แล้วลาบ่อยจนอาจนำไปสู่การจ้างออกได้ เพราะคนที่มีลูกมาก ก็มีกันปีเว้นปี ถ้าให้ลาได้ 6 เดือน &#8211; 1 ปี...</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%b9/">เราจะแก้ปัญหาคนไทยมีลูกน้อยได้อย่างไร</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ก่อนที่เราจะดูวิธีแก้ปัญหาลูกน้อย ผมว่าเรามาดูที่ปัญหากันก่อนดีกว่าว่าทำไมคนไทยมีลูกน้อย</p>



<p>ถ้า segment ปัญหานี้ออกเป็นชนชั้น น่าจะเป็นแบบนี้ (ปัจจุบันอัตราการเกิดของไทยลดลงจาก 8 แสน &#8211; 1 ล้าน คนต่อปี เหลือ 4-5 แสนคนต่อปี หรือลดลงราวๆครึ่งนึง)</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>ระดับบน มีลูกเท่าเดิม ไม่ได้มากขึ้นหรือน้อยลง</li>



<li>ระดับกลาง-กลางบน มีลูกน้อยลง 60-80%</li>



<li>ระดับกลางล่าง มีลูกน้อยลง 30-50%</li>



<li>ระดับล่าง มีลูกเยอะขึ้น</li>
</ul>



<p>ทีนี้ ถ้าแจกเงินแบบไม่คิดอะไร จ่ายเป็นรายหัว มันไปกระตุ้นให้คนล่าง &#8211; กลางล่าง มีลูกเยอะขึ้น และเงินก็ไม่รู้ไปถึงเด็กจริงๆไหม บางครอบครัวถึงเด็กจริง แต่บางครอบครัวก็กลายเป็นค่าเหล้าค่าเบียร์พ่อแม่หมด</p>



<h2 class="wp-block-heading">ทีนี้มาดูกันว่า ทำไมระดับ กลาง ถึงมีลูกน้อยลง</h2>



<ol class="wp-block-list">
<li>อยากมีเวลา ดูแลลูกเอง</li>



<li>ภาระด้านค่าใช้จ่าย เพราะอยากดูแลลูกอย่าง premium หรืออย่างน้อยก็ควรจะ higher average เท่านั้น ซึ่งค่าครองชีพไม่สมดุลกับรายได้</li>



<li>ค่านิยมเปลี่ยน ทั้งเรื่องไม่นิยมมีลูก และมองว่าลูกไม่ได้มีหน้าที่ดูแลพ่อแม่ ไม่ควรรีบมีลูก เพื่อใช้งาน หรือหวังให้ดูแลอีกต่อไป ควรมีเมื่อพร้อมเท่านั้น</li>



<li>รู้สึกสูญเสียความหวังว่าประเทศจะดีขึ้น ทำให้การทำนายอนาคตเป็น bad scenario และการมีลูกเป็นการเพิ่มความไม่แน่นอนใน scenario นั้น</li>



<li>ปัญหาเรื่อง hypergamy ที่รุนแรงขึ้นอย่างมาก ทำให้ความสำเร็จในการหาคู่ทั้งชายและหญิงน้อยลงไปมาก (อ่านเพิ่มเติม <a href="https://theadultman.com/love-and-lust/hypergamy/">https://theadultman.com/love-and-lust/hypergamy/</a> ) ซึ่งปัญหาที่รุนแรงขึ้นส่วนนึงก็เกิดจากปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่ทำให้เพศชาย(และหญิง)สร้างเนื้อสร้างตัวได้ช้ากว่าเมื่อก่อนมาก และปัญหานี้ทำให้เพศหญิงต้องให้ความสำคัญกับความมั่งคงของเพศชายมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมากๆในการตัดสินใจเลือกคู่</li>



<li>ปัญหาการเลี้ยงดูแลผู้สูงอายุ ตอนนี้ประเทศเรามีผู้สูงอายุมาก แต่มีคนวัยทำงานน้อย ทำให้ใน 1 ครอบครัว คนทำงาน 1 คน ต้องดูแลผู้สูงอายุหลายคนอยู่แล้ว นอกจากนี้ผู้สูงอายุของไทยส่วนใหญ่มีเงินออมไม่พร้อมเกษียณประกอบกับค่านิยมของคนรุ่นก่อนที่มองว่าการดูแลผู้ใหญ่เป็นหน้าที่ของบุตรหลาน พอมีภาระตรงนี้มากอยู่แล้ว การมีลูกจึงเป็นการเพิ่มภาระอันมหาศาลเข้าไปอีก</li>
</ol>



<h2 class="wp-block-heading">วิธีการแก้ปัญหา</h2>



<ul class="wp-block-list">
<li>สาเหตุข้อแรก มองว่าแก้ได้โดย ออกกฎหมายว่าถ้าที่ทำงานไม่สามารถให้พ่อหรือแม่ WFH ได้ ก็ต้องมี nursery ในที่ทำงาน และต้องให้พ่อหรือแม่สามารถมาดูแลลูกใน nursery ได้ในเวลาทำงาน และต้องจัดให้มีคนดูแลอยู่ตลอด เพราะคนรุ่นใหม่ที่เป็นคนชั้นกลางอยากดูแลลูกเอง และก็อยากทำงานด้วย ไม่อยากหลุดออกจากระบบงานเพียงเพราะต้องไปเลี้ยงลูก และก็ไม่อยากส่งลูกไปให้ปู่ย่าตายายเลี้ยงให้เป็นปัญหาและภาระด้วย</li>
</ul>



<p>สำหรับเรื่องการเพิ่มวันลาหลังคลอด ข้อนี้ +/- เพราะมองว่าไม่ได้กระตุ้นชนชั้นกลางบนมากนัก แต่ไปทำให้กลุ่มที่มีลูกมากอยู่แล้วลาบ่อยจนอาจนำไปสู่การจ้างออกได้ เพราะคนที่มีลูกมาก ก็มีกันปีเว้นปี ถ้าให้ลาได้ 6 เดือน &#8211; 1 ปี อาจไม่ได้ทำงานเลย และนำไปสู่การจ้างออกของนายจ้างในที่สุด</p>



<p>การเปลี่ยนค่านิยมเรื่องการทำงานก็สำคัญ โดยเฉพาะแนวคิด 9-9-6 ที่กำลังเป็นที่นิยม ส่งผลให้อัตราการเกิดลดลงมาก พูดกันตามตรง คนรอบตัวผมที่เป็นระดับกลาง-กลางบนทั้งสิ้น ไม่มีใครที่ทำงานแบบ 9-9-6 แล้วมีลูกเลย คนที่มีลูกมีแต่ 8-4-5 (ขรก./หน่วยงานรัฐ) หรือ 8-5-5 เท่านั้น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สาเหตุข้อสอง ข้อสี่ ห้า และหก ข้อนี้ควรแก้ด้วยเศรษฐกิจและการเมือง รวมถึงโครงสร้างทางสังคม แต่ยาก ซับซ้อน และใช้เวลานาน การจ่ายอุดหนุนงบรายหัวแก่เด็ก พอจะช่วยบรรเทาได้ในระยะสั้น แต่ต้องมีมาตรการที่ทำให้มั่นใจได้ว่า เงินถูกใช้เพื่อเด็กเท่านั้นจริงๆ ไม่ใช่ใช้เพื่ออย่างอื่น </li>
</ul>



<p>ข้อนี้ การแก้ไขปัญหาระยะสั้น-กลาง อีกอย่างคือพยายาม import แรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แรงงานต่างด้าว/ต่างชาติที่มีฝีมือ ให้เค้ามาอยู่ในระบบภาษีของเราให้ได้มากและนานที่สุด นอกจากนี้ก็ควรให้โอกาสเด็กไร้สัญชาติ โดยเฉพาะเด็กไร้สัญชาติที่มีความสามารถ ให้เค้าเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและการทำงานได้ง่ายกว่าที่เป็นอยู่ (ซึ่งควรให้สัญชาติ) เพื่อให้เค้าเข้าสู่ระบบแรงงานและระบบภาษี และไม่เป็นภาระของประเทศในอนาคตด้วย นอกจากนี้เราก็ต้องพยายามรักษาแรงงานระดับหัวกะทิ ไม่ให้เค้าอยากออกไปทำงานเพื่อเป็นแรงงานแก่ชาติอื่นๆ ควรหาแรงจูงใจให้เค้าอยู่เป็นกำลังหลักในชาติของตนเองให้ได้</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สำหรับข้อสาม ถ้าจะมารณรงค์ช่วยกันมีลูกช่วยชาติ มันก็เชยไปแล้ว แล้วมันยังดูเสร่ออีกด้วย คงต้องหาอะไร cool cool หรือ privilege กว่านั้น เช่นมีลูกได้สิทธิบางอย่างในการเลือกที่นั่งบนเครื่องบินก่อน อะไรแบบนี้ (ผมไม่ค่อยมีหัวกับเรื่องอะไรแบบนี้) </li>
</ul>



<p>อย่างไรก็ดี การปรับค่านิยม ต้องเปลี่ยนมุมมองจากการมีลูกคือภาระที่สร้างปัญหาให้คนอื่น เช่น คนมีลูกมักลางานบ่อย ทำให้คนอื่นทำงานหนักขึ้น ทำงานก็ทำได้ไม่เต็มที่ ไม่โฟกัสเหมือนแต่ก่อน หรือไปในที่สาธารณะก็เด็กร้องงอแงสร้างความวุ่นวาย เป็น คนที่มีลูก คือคนที่เสียสละ ยอมเสียสละเวลาความสุขส่วนตัว เพื่อมาดูแลอนาคตของชาติ ให้ชาติเดินหน้าต่อ</p>



<p>นอกจากนี้ คนรุ่นก่อน ก็ต้องปรับค่านิยมเรื่อง การดูแลผู้ใหญ่ในครอบครัวเป็นหน้าที่ของบุตรหลานด้วย โดยควรเปลี่ยนเป็น การพยายามยืนด้วยลำแข้งตัวเองโดยไม่พึ่งพาใครเป็นคนที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรี เป็นต้น</p>



<ul class="wp-block-list">
<li>สำหรับข้อห้านั้น ผมคิดว่า event ต่างๆ ที่ช่วยให้คนมาจับคู่กันก็พอช่วยได้บ้าง เช่น เส้นทางคนโสดของ ททท. ที่เปิดพื้นที่ให้คนโสดมาเจอกัน มีกิจกรรมร่วมกัน แต่ผมคิดว่าถ้าจะให้เห็นผลต้องมีอะไรจริงจังมากกว่านี้ เช่น ต้องเป็นกิจกรรมที่ดึงดูดพอจะให้คนที่ทำงานเหนื่อยๆ ยอมออกจากบ้านในวันหยุด เพื่อทำกิจกรรมนั้นๆกับคนอื่นๆ และได้มีการสานต่อกับคนที่สนใจ นอกจากนี้ที่สำคัญที่สุด ควรมีนโยบายที่ทำให้คนที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัวตั้งตัวได้เร็วขึ้น เช่น มาตรการพิเศษทางภาษีสำหรับผู้ที่อายุต่ำกว่า 35 ปี เป็นต้น</li>



<li>ส่วนข้อที่หกนั้น การเพิ่มสวัสดิการผู้สูงอายุอย่าง เบี้ยคนชรา ผมมองว่าเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น-กลางเท่านั้น แต่ในระยะยาวจะทำให้คนทำงานต้องแบกรับภาระหนักขึ้นจากการที่ต้องใช้เงินภาษีมากขึ้น นอกจากนี้ ผมมองว่าเป็นการไม่ยุติธรรมนัก กับการที่คนในรุ่นก่อนหน้าไม่ว่าจะมีลูกและไม่มีลูกต้องเสียภาษีในอัตราเท่ากัน แต่คนมีลูกต้องลำบากกว่าและสละความสุขส่วนตัวหลายอย่างในวัยหนุ่มสาวเพื่อเลี้ยงลูก แต่พอแก่ตัวมา คนไม่มีลูกกลับถูกเลี้ยงดูด้วย productivity จากลูกๆของคนอื่นที่ตนไม่ได้เลี้ยงในอัตราที่เท่ากับคนที่เลี้ยงมาด้วยความยากลำบากผ่านนโยบายของรัฐ แม้ว่าในจุดนี้หลายคนจะอ้างว่า ที่ผ่านมาตนเสียภาษีมามากแล้ว ควรได้รับการเลี้ยงดู แต่อันที่จริง ภาษีเมื่อ 10 ปีที่แล้ว มันก็หมดไปตั้งแต่ 10 ปีที่แล้วๆ ซึ่งภาษีที่เลี้ยงเขาในปีนี้ มันมาจากคนทำงานในปีที่แล้ว ไม่ใช่ภาษีเมื่อ 10 ปีที่แล้ว</li>
</ul>



<p>ผมคิดว่าทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องนี้ในระยะกลาง คือพยายามให้มีการจ้างงานผู้สูงอายุเท่าที่จะเป็นไปได้ ต้องเข้าใจก่อนว่ากฎหมายแรงงานเรื่องเกษียณอายุที่ 60 ปี นี่มันมาจากกฎหมายแรงงานฉบับแรกของอเมริกาเมื่อ 100 กว่าปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นคนอเมริกามีอายุเฉลี่ยเพียง 65 ปี แต่เมื่อผ่านมาเป็นร้อยปี คนอายุยืนขึ้นมาก ช่วงเวลาที่แข็งแรงก็ยาวนานขึ้นมาก ทำให้มีช่วงเวลาที่ยังมีศักยภาพและประสิทธิภาพในการทำงานยาวนานขึ้นไปด้วย จึงไม่ควรปล่อยให้เวลาตรงนี้เปล่าประโยชน์และช่วยลดช่วงเวลาที่ไม่มีรายได้ก่อนตายไม่ให้นานจนเกินไป (ถ้าคิดว่าเกษียณที่ 60 ปี ตายที่ 80 ปี หมายความว่ามีช่วงเวลาที่ไม่มีรายได้ถึง 20 ปี เทียบกับเวลาทำงาน 35-40 ปี ในขณะที่เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้วเกษียณที่ 60 แต่ตายตอน 65 ปี ซึ่งมีช่วงเวลาที่ไม่มีรายได้เพียง 5 ปี เทียบกับเวลาทำงาน 35-40 ปี เท่ากัน)</p>



<p>อย่างไรก็ดี ผู้สูงอายุก็ต้องยอมรับว่า ในหลายๆสายงาน ตนไม่สามารถทำงานหนักและมี competency เท่าสมัย peakๆ อีกแล้ว ดังนั้นจึงไม่ควรยึดติดกับเงินเดือนสุดท้ายที่เคยได้รับ แต่ยอมปรับตามความสามารถในการทำงานที่ตนสามารถทำได้จริงๆ</p>



<p>นอกจากนี้ควรมีการแก้ปัญหาในระยะยาว ด้วยการออกกฎหมายบังคับคนที่ไม่มีลูก เข้ากองทุนคนไม่มีบุตร เพื่อนำเงินกองทุนนั้นมาดูแลพวกเขาเหล่านั้นในยามบั้นปลาย โดยไม่เป็นภาระของคนรุ่นถัดๆไป ไม่อย่างนั้น จะเกิดเป็น loop นรก (พ่อแม่/ญาติผู้ใหญ่ไม่มีเงินเก็บ &gt;&gt;&gt; ลูก/หลานเลี้ยงพ่อแม่/ผู้ใหญ่ที่ไม่มีเงินเก็บ (ทำให้) ไม่อยากมีลูก &gt;&gt;&gt; ตัวเองไม่มีเงินเก็บในบั้นปลาย&gt;&gt;&gt;เป็นภาระรุ่นต่อไป) อย่างไม่มีที่สิ้นสุด</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%b9/">เราจะแก้ปัญหาคนไทยมีลูกน้อยได้อย่างไร</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%b9/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">4163</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ ปัญหาที่รัฐบาลไทยยังตระหนักน้อยกว่าความจริงไปมาก</title>
		<link>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8-%e0%b8%9b%e0%b8%b1/</link>
					<comments>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8-%e0%b8%9b%e0%b8%b1/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 28 Jan 2023 16:50:55 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[ญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมผู้สูงอายุ]]></category>
		<category><![CDATA[สังคมสูงอายุ]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.itisablogsite.com/?p=3859</guid>

					<description><![CDATA[<p>ผมเป็นคนแรกๆ น่าจะตั้งแต่ปี 2556 ที่ออกมาพูดเรื่องปัญหา aging society จนปี 2559 ได้เริ่มทำเพจ tobepharmacist ก็พูดถึงปัญหานี้มาตลอด จนคนเริ่มตระหนักและออกมาพูดกันมากขึ้นก็คือปี 2561 ก็ดีใจ (ก่อนหน้านี้ยังงงๆกันอยู่เลยว่ามันเป็นปัญหาอะไร หรือไม่น่าใช่ปัญหาใหญ่โตอะไร) แต่ก็ไม่เคยเห็นออกมาตรการอะไรเป็นรูปเป็นร่างเพื่อแก้ปัญหา จนถึงวันนี้ ก็เหมือนยังไม่เข้าใจกันจริงๆ ก็เกาไม่ถูกที่คันกันซะที ปัญหา aging society เมืองไทย ไม่เหมือนที่อื่นบนโลก เพราะยุโรป ปัญหาหลักเกิดจากคนแก่อายุยืนขึ้นมาก แต่เมืองไทย คนแก่ไม่ได้อายุยืนขึ้นขนาดนั้น ปัญหาของเมืองไทย คล้ายๆกับญี่ปุ่นคือ เด็กเกิดน้อยลงมากต่างหาก ซึ่ง aging จากสาเหตุนี้ รุนแรงกว่า aging จากการที่คนแก่อายุยืนขึ้นมากๆ และจะไปใช้ตำรายุโรปมาแก้ปัญหาเดียวกันนี้ไม่ได้ แต่เราก็มีจุดพิเศษที่น่าปวดหัวกว่าญี่ปุ่นคือ แม้ว่าคนไทยจะอายุยืนขึ้น แต่ช่วงระยะเวลาที่แข็งแรง ไม่ได้เพิ่ม คือตายช้าลงก็จริง แต่เวลาที่เพิ่มขึ้น...</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8-%e0%b8%9b%e0%b8%b1/">ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ ปัญหาที่รัฐบาลไทยยังตระหนักน้อยกว่าความจริงไปมาก</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ผมเป็นคนแรกๆ น่าจะตั้งแต่ปี 2556 ที่ออกมาพูดเรื่องปัญหา aging society จนปี 2559 ได้เริ่มทำ<a href="https://web.facebook.com/tobepharm/">เพจ tobepharmacist </a>ก็พูดถึงปัญหานี้มาตลอด จนคนเริ่มตระหนักและออกมาพูดกันมากขึ้นก็คือปี 2561 ก็ดีใจ (ก่อนหน้านี้ยังงงๆกันอยู่เลยว่ามันเป็นปัญหาอะไร หรือไม่น่าใช่ปัญหาใหญ่โตอะไร) แต่ก็ไม่เคยเห็นออกมาตรการอะไรเป็นรูปเป็นร่างเพื่อแก้ปัญหา</p>



<p>จนถึงวันนี้ ก็เหมือนยังไม่เข้าใจกันจริงๆ ก็เกาไม่ถูกที่คันกันซะที</p>



<p>ปัญหา aging society เมืองไทย ไม่เหมือนที่อื่นบนโลก เพราะยุโรป ปัญหาหลักเกิดจากคนแก่อายุยืนขึ้นมาก แต่เมืองไทย คนแก่ไม่ได้อายุยืนขึ้นขนาดนั้น ปัญหาของเมืองไทย คล้ายๆกับญี่ปุ่นคือ เด็กเกิดน้อยลงมากต่างหาก ซึ่ง aging จากสาเหตุนี้ รุนแรงกว่า aging จากการที่คนแก่อายุยืนขึ้นมากๆ และจะไปใช้ตำรายุโรปมาแก้ปัญหาเดียวกันนี้ไม่ได้</p>



<p>แต่เราก็มีจุดพิเศษที่น่าปวดหัวกว่าญี่ปุ่นคือ แม้ว่าคนไทยจะอายุยืนขึ้น แต่ช่วงระยะเวลาที่แข็งแรง ไม่ได้เพิ่ม คือตายช้าลงก็จริง แต่เวลาที่เพิ่มขึ้น ไม่ใช่เวลาที่มีคุณภาพ เช่นระยะเวลาป่วยติดเตียง เพิ่มขึ้นมาแทน ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน และจะเป็นภาระต่อโครงสร้างภาระการเลี้ยงดูมากกว่าญี่ปุ่นด้วยซ้ำ</p>



<p>แล้วที่ผ่านมา รัฐบาลก็การแก้ปัญหาเด็กเกิดน้อยด้วยวิธีง่ายๆอย่าง การหักลดหย่อนภาษี การเพิ่มวันลาคลอด ให้สวัสดิการคลอดบุตร ซึ่งการแก้ไขปัญหาเพียงมิติเดียวนี้ แทบไม่ได้ช่วยให้คนที่มีความพร้อมในการมีบุตร (ซึ่งควรจะมีบุตรให้แก่ประเทศ) อยากจะมีบุตรขึ้นมาแต่อย่างใด ตรงกันข้าม มันกลับไปกระตุ้นให้ คนที่ไม่มีความพร้อม ซึ่งไม่ได้มีปัญหาเรื่องการมีบุตรน้อยแต่อย่างใด มีบุตรมากขึ้นเพื่อเอาสวัสดิการดังกล่าวอีก (เพราะต้นทุนการเลี้ยงบุตรต่อคนต่ำกว่า จึงมองว่าคุ้มกว่าที่จะมีเพิ่ม)</p>



<h2 class="wp-block-heading">แล้วจะแก้ปัญหาสังคมผู้สูงอายุอย่างไรดี</h2>



<p>ส่วนตัวมองว่าวิธีแก้ปัญหา ที่น่าสนใจตอนนี้มี 2 อัน</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>เรื่องการรับผู้อพยพ วิธีนี้ ประเทศที่พัฒนาแล้วพยายามใช้จุดแข็งของประเทศตัวเอง ในการดึงดูดประชากรระดับ talent จากประเทศอื่น ไม่ว่าจะด้วยเทคนิคเรื่องการให้ทุนการศึกษา การให้สิทธิพิเศษในการทำงานแก่อาชีพพิเศษให้มาพักถาวรที่ประเทศของตน ซึ่งประเทศไทย เมื่อย้อนกลับไปสัก 10 ปีที่แล้ว น่าจะฉวยโอกาสทอง ดึง talent จากประเทศเพื่อนบ้านได้ แต่ด้วยปัญหาระบบกฏหมายที่ล้าหลัง และคนในประเทศที่ยังมีทัศนคติไม่เปิดรับอยู่ ทำให้เราพลาดโอกาสทองนี้ไปแล้ว ในทางตรงกันข้าม ด้วยปัญหาด้านเศรษฐกิจและการเมือง ทำให้เรากำลังเสีย talent คนรุ่นใหม่ ให้ต่างชาติมากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่มีคนกลุ่มนึงรู้สึกว่ามันไม่เป็นปัญหาซะด้วยซ้ำ<br>การแก้ปัญหาที่รัฐบาลใช้ อย่างการให้สิทธิต่างชาติซื้อบ้านได้ ถือครองที่ดินระยะยาว ในระยะสั้นอาจได้เม็ดเงินมาหมุนในกลุ่มอสังหาก็จริง แต่ระยะยาว จะทำให้คนรุ่นใหม่ในประเทศไม่สามารถครอบครองอสังหาได้ จากการที่รัฐไปบิดเบือนกลไก demand supply ของระบบ (อย่าอ้างเป็นกลไกของทั้งโลก ชาติอื่นมีเงิน QE เสกแบงค์เข้ามาเก็งกำไรสบาย ในขณะที่คนไทยต้องทำงานแลกมา) ซึ่งจะซ้ำเติมปัญหาให้คนไทยมีบุตรน้อยลงมากขึ้นไปอีกในระยะยาว</li>



<li>การอำนวยความสะดวกให้คนไทยสามารถเลี้ยงดูบุตรของตนเองในที่ทำงานได้ อย่างสิงคโปร์ที่ออกกฏหมายให้ต้องมี nursery ในที่ทำงาน ซึ่งวิธีนี้ ได้ผลกว่าการให้วันลา หรือหักภาษี เพราะคนระดับที่มีความพร้อม ไม่ได้ต้องการหยุดงาน เค้าต้องการทำงาน แต่เค้าก็ต้องการดูแลลูกเองได้ แม้ว่าจะต้องทำงาน (ประชากรไทยในระดับที่มีความพร้อมจะมีบุตร ล้วนอยากดูแลลูกเอง การส่งไปให้พ่อแม่หรือตายายเลี้ยงที่ต่างจังหวัด เป็นตัวเลือกท้ายๆ ที่จะใช้เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเท่านั้น) และภาษีที่ลดหย่อนได้ หรือสวัสดิการที่รัฐให้เด็กต่อหัว ยังไม่คุ้มค่าพอกับต้นทุนที่จะเลี้ยงเด็กอย่างมีคุณภาพในสายตาของคนที่มีความพร้อม</li>



<li>แถม จริงๆมีอย่างสุดท้าย ที่พูดง่าย แต่ทำยาก คือทำให้สังคมดี เศรษฐกิจดี คุณภาพชีวิตดี เดี๋ยวคนก็อยากมีลูกเองนั่นแหละ</li>
</ol>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8-%e0%b8%9b%e0%b8%b1/">ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ ปัญหาที่รัฐบาลไทยยังตระหนักน้อยกว่าความจริงไปมาก</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8-%e0%b8%9b%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3859</post-id>	</item>
		<item>
		<title>สังคมกำลังบอกอะไรเรา เมื่อเกิดเหตุการณ์ ยื่น Port เข้าคณะแพทย์ต้องมี Paper ตีพิมพ์</title>
		<link>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/privilege-port-paper-faculty-of-medicine/</link>
					<comments>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/privilege-port-paper-faculty-of-medicine/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 Jan 2023 18:00:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[การแพทย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.itisablogsite.com/?p=3781</guid>

					<description><![CDATA[<p>บอกตรงๆ ผมเองก็พึ่งทราบเหมือนกัน ว่าสมัยนี้ถ้าเราจะเข้ามหาลัย มันจะมีรอบที่ไม่ต้องสอบ เรียกว่ารอบ Port ก็คือยื่น Portfolio แล้วเข้าได้เลย การพิจารณาก็จะดูจากผลงานพอร์ตนั่นแหละ แต่ส่วนใหญก็จะมีการสัมภาษณ์ประกอบด้วย ซึ่งคณะแพทย์บางแห่ง ก็มีกฎว่า ถ้าจะมีคุณสมบัติที่จะยื่นเข้ารอบนี้ด้วย ต้องมีผลงานวิจัยทางวิชาการ โดยเฉพาะงานวิชาการด้านการแพทย์ ตีพิมพ์ลง Paper ด้วย ซึ่งเอาจริงๆ มองผิวเผินมันก็เหมือนกับต้องการคัดเด็กอัจฉริยะด้านการแพทย์ ที่มีผลงานทางวิชาการถึงขั้นลง Paper งานวิจัยแต่ตั้งแต่มัธยม แต่ว่าในความจริงมีเด็กมัธยมสักกี่คนที่ทำแบบนั้นได้ มันเลยเกิดโรงเรียนแบบใหม่ที่สอนคอร์สเพื่อฝึกให้ตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการโดยเฉพาะ แล้วก็นำมาสู้ประเด็นดราม่า ดังรูป พูดกันตามตรง นี่ไม่ใช่ครั้งแรก หรือครั้งแรกของเมืองไทย ที่มีการออกกฎเพื่อให้ privilege หรือสิทธิพิเศษแก่คนกลุ่มใดกลุ่มนึง และอันที่จริง มีแบบนี้ในทุกวงการด้วย ยกตัวอย่างวงการกฎหมาย ก็มีสอบผู้พิพากษา – อัยการ สนามจิ๋ว สนามเล็กและก็สนามใหญ่ สนามจิ๋วเรียกได้ว่าเป็น privilege สำหรับคนจบนอก...</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/privilege-port-paper-faculty-of-medicine/">สังคมกำลังบอกอะไรเรา เมื่อเกิดเหตุการณ์ ยื่น Port เข้าคณะแพทย์ต้องมี Paper ตีพิมพ์</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>บอกตรงๆ ผมเองก็พึ่งทราบเหมือนกัน ว่าสมัยนี้ถ้าเราจะเข้ามหาลัย มันจะมีรอบที่ไม่ต้องสอบ เรียกว่ารอบ Port ก็คือยื่น Portfolio แล้วเข้าได้เลย การพิจารณาก็จะดูจากผลงานพอร์ตนั่นแหละ แต่ส่วนใหญก็จะมีการสัมภาษณ์ประกอบด้วย ซึ่งคณะแพทย์บางแห่ง ก็มีกฎว่า ถ้าจะมีคุณสมบัติที่จะยื่นเข้ารอบนี้ด้วย ต้องมีผลงานวิจัยทางวิชาการ โดยเฉพาะงานวิชาการด้านการแพทย์ ตีพิมพ์ลง Paper ด้วย</p>



<p>ซึ่งเอาจริงๆ มองผิวเผินมันก็เหมือนกับต้องการคัดเด็กอัจฉริยะด้านการแพทย์ ที่มีผลงานทางวิชาการถึงขั้นลง Paper งานวิจัยแต่ตั้งแต่มัธยม แต่ว่าในความจริงมีเด็กมัธยมสักกี่คนที่ทำแบบนั้นได้ มันเลยเกิดโรงเรียนแบบใหม่ที่สอนคอร์สเพื่อฝึกให้ตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการโดยเฉพาะ แล้วก็นำมาสู้ประเด็นดราม่า ดังรูป</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="873" data-attachment-id="3782" data-permalink="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/privilege-port-paper-faculty-of-medicine/attachment/medcoach-institute-%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%b2-1/" data-orig-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ดราม่า-1.jpg" data-orig-size="1284,1095" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;0&quot;}" data-image-title="MedCoach-Institute-ดราม่า-1" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ดราม่า-1-300x256.jpg" data-large-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ดราม่า-1-1024x873.jpg" src="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ดราม่า-1-1024x873.jpg" alt="" class="wp-image-3782" srcset="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ดราม่า-1-1024x873.jpg 1024w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ดราม่า-1-300x256.jpg 300w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ดราม่า-1-768x655.jpg 768w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ดราม่า-1.jpg 1284w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="725" height="1024" data-attachment-id="3783" data-permalink="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/privilege-port-paper-faculty-of-medicine/attachment/medcoach-institute-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b8%87-1/" data-orig-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ชี้แจง-1.jpg" data-orig-size="1449,2048" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;0&quot;}" data-image-title="MedCoach-Institute-ชี้แจง-1" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ชี้แจง-1-212x300.jpg" data-large-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ชี้แจง-1-725x1024.jpg" src="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ชี้แจง-1-725x1024.jpg" alt="" class="wp-image-3783" srcset="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ชี้แจง-1-725x1024.jpg 725w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ชี้แจง-1-212x300.jpg 212w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ชี้แจง-1-768x1085.jpg 768w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ชี้แจง-1-1087x1536.jpg 1087w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ชี้แจง-1.jpg 1449w" sizes="(max-width: 725px) 100vw, 725px" /></figure></div>


<p>พูดกันตามตรง นี่ไม่ใช่ครั้งแรก หรือครั้งแรกของเมืองไทย ที่มีการออกกฎเพื่อให้ privilege หรือสิทธิพิเศษแก่คนกลุ่มใดกลุ่มนึง และอันที่จริง มีแบบนี้ในทุกวงการด้วย</p>



<p>ยกตัวอย่างวงการกฎหมาย ก็มี<a href="https://ilaw.or.th/node/5877">สอบผู้พิพากษา – อัยการ สนามจิ๋ว สนามเล็กและก็สนามใหญ่</a> สนามจิ๋วเรียกได้ว่าเป็น privilege สำหรับคนจบนอก แน่นอนว่าคนทั่วไปไม่มีปัญญาไปเรียนนอกแน่ๆ สนามเล็กก็เหมือนสงวนไว้ให้ลูกท่านหลานเธอโดยปริยาย</p>



<p>เรื่องทำ paper แล้วยื่นพอร์ตเข้าแพทย์ก็เหมือนกัน ถ้าเด็กมัธยมตามโรงเรียนทั่วไปคงหมดโอกาส ก็คงต้องมีระดับอาจารย์หมอช่วยเหลือนั่นแหละถึงทำได้ ซึ่งถ้าไม่ใช่คนใกล้ชิดหรือมีเงินเยอะๆไปเรียนสถาบันที่เปิดคอร์สพิเศษพวกนี้ ก็คงหมดโอกาสไปโดยปริยาย</p>



<p>จะว่าไป มันก็ฟีลระบบขุนนางสมัยก่อนดีๆนี่เอง (ระบบขุนนางของไทยสืบทอดทางเลือดไม่ได้ ถือว่าดีกว่าทางยุโรปหลายประเทศ แต่ไม่มีการสอบเข้า จึงแย่กว่าของจีน ทั้งนี้ก็เปิดช่องให้สืบทอดทางสายเลือดได้โดยราชสำนักมีข้อละเว้นให้กับขุนนางผู้ลูกมีความชอบต่อแผ่นดินจริงๆ คือมีความชอบในราชการได้เสมอบิดาหรือเหนือกว่าบิดาก็จะได้รับอภิสิทธิ์ให้สืบทอดตำแหน่งของบิดา หรือว่าอวยยศให้สูงกว่าบิดาได้ในทันที เห็นไหมเหมือนสมัยนี้เด๊ะๆเลย ไม่ให้สืบทอดกันทางสายเลือดโดยตรง แต่ก็แอบมีช่องทาง privilege ให้ เหมือนกันเด๊ะ)</p>



<p>บอกตามตรง ผมไม่ค่อยชอบอะไรแบบนี้เท่าไร ถ้าจะทำ ก็ทำแบบทหารไปเลยเหอะ ที่ว่าเป็นลูกหลานทหารแล้วมีคะแนนพิเศษให้ตอนสอบเข้า ตรงๆชัดเจนไม่อ้อมค้อมดี</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/privilege-port-paper-faculty-of-medicine/">สังคมกำลังบอกอะไรเรา เมื่อเกิดเหตุการณ์ ยื่น Port เข้าคณะแพทย์ต้องมี Paper ตีพิมพ์</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/privilege-port-paper-faculty-of-medicine/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3781</post-id>	</item>
		<item>
		<title>วิธีการดูโฉนด ราคาประเมินจากกรมที่ดิน แบบออนไลน์</title>
		<link>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b8%99%e0%b8%94-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1/</link>
					<comments>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b8%99%e0%b8%94-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 09 Jan 2023 13:13:11 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเงิน/ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[ความรู้รอบตัว]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[อสังหาริมทรัพย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.itisablogsite.com/?p=3746</guid>

					<description><![CDATA[<p>ตอนนี้เราสามารถตรวจสอบที่ดิน ดูแผนที่ดูสถานที่จริงๆ ดูราคาประเมินของทางราชการ ผ่านระบบแปลงที่ดินแบบออนไลน์ได้แล้วนะครับ เป็นประโยชน์มากๆเวลาเราจะซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งช่วยให้เราสกรีนคร่าวๆก่อนไปดูของจริงอีกที ช่วยประหยัดเวล่ได้มากครับ</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b8%99%e0%b8%94-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1/">วิธีการดูโฉนด ราคาประเมินจากกรมที่ดิน แบบออนไลน์</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>ตอนนี้เราสามารถตรวจสอบที่ดิน ดูแผนที่ดูสถานที่จริงๆ ดูราคาประเมินของทางราชการ ผ่านระบบแปลงที่ดินแบบออนไลน์ได้แล้วนะครับ เป็นประโยชน์มากๆเวลาเราจะซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งช่วยให้เราสกรีนคร่าวๆก่อนไปดูของจริงอีกที ช่วยประหยัดเวล่ได้มากครับ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>เข้าเว็บ <a href="https://landsmaps.dol.go.th/">https://landsmaps.dol.go.th/</a></li>



<li>เลือกจังหวัด เลขอำเภอ และใส่เลขที่โฉนดตามรูป จากนั้นกดค้นหา<br><img decoding="async" width="1024" height="474" data-attachment-id="3747" data-permalink="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b8%99%e0%b8%94-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1/attachment/%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b8%99%e0%b8%94/" data-orig-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ค้นหาโฉนด.jpg" data-orig-size="1897,879" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;0&quot;}" data-image-title="ค้นหาโฉนด" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ค้นหาโฉนด-300x139.jpg" data-large-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ค้นหาโฉนด-1024x474.jpg" class="wp-image-3747" src="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ค้นหาโฉนด-1024x474.jpg" alt="" srcset="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ค้นหาโฉนด-1024x474.jpg 1024w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ค้นหาโฉนด-300x139.jpg 300w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ค้นหาโฉนด-768x356.jpg 768w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ค้นหาโฉนด-1536x712.jpg 1536w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ค้นหาโฉนด.jpg 1897w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></li>



<li>จะปรากฎรายละเอียดดังภาพ ซึ่งจะบอกเราว่าเนื้อที่เท่าไร ราคาประเมินเท่าไร สงสัยโทรหาใครเบอร์ไหน
<img decoding="async" width="1024" height="477" data-attachment-id="3749" data-permalink="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b8%99%e0%b8%94-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1/attachment/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99-1/" data-orig-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ข้อมูลแปลงที่ดิน-1.jpg" data-orig-size="1899,885" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;1&quot;}" data-image-title="ข้อมูลแปลงที่ดิน-1" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ข้อมูลแปลงที่ดิน-1-300x140.jpg" data-large-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ข้อมูลแปลงที่ดิน-1-1024x477.jpg" src="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ข้อมูลแปลงที่ดิน-1-1024x477.jpg" alt="" class="wp-image-3749" srcset="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ข้อมูลแปลงที่ดิน-1-1024x477.jpg 1024w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ข้อมูลแปลงที่ดิน-1-300x140.jpg 300w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ข้อมูลแปลงที่ดิน-1-768x358.jpg 768w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ข้อมูลแปลงที่ดิน-1-1536x716.jpg 1536w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ข้อมูลแปลงที่ดิน-1.jpg 1899w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" />
<img decoding="async" width="1024" height="477" data-attachment-id="3750" data-permalink="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b8%99%e0%b8%94-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1/attachment/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99-2/" data-orig-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ข้อมูลแปลงที่ดิน-2.jpg" data-orig-size="1905,887" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;1&quot;}" data-image-title="ข้อมูลแปลงที่ดิน-2" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ข้อมูลแปลงที่ดิน-2-300x140.jpg" data-large-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ข้อมูลแปลงที่ดิน-2-1024x477.jpg" src="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ข้อมูลแปลงที่ดิน-2-1024x477.jpg" alt="" class="wp-image-3750" srcset="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ข้อมูลแปลงที่ดิน-2-1024x477.jpg 1024w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ข้อมูลแปลงที่ดิน-2-300x140.jpg 300w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ข้อมูลแปลงที่ดิน-2-768x358.jpg 768w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ข้อมูลแปลงที่ดิน-2-1536x715.jpg 1536w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/ข้อมูลแปลงที่ดิน-2.jpg 1905w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></li>



<li>กรณีอยากดูข้อมูลแปลงอื่นๆ เราสามารถกดที่บล็อกสีแดงๆในรูปได้เลย จะปรากฎข้อมูลของโฉนดในบล็อกนั้นๆขึ้นมาให้</li>



<li>กรณีอยากดูแบบ street view ให้กดที่ &#8230; มุมขวาล่าง จะปรากฎดังภาพ แล้วเลือก street view
<img decoding="async" width="1024" height="479" data-attachment-id="3751" data-permalink="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b8%99%e0%b8%94-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1/attachment/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9-street-view/" data-orig-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/วิธีดู-Street-view.jpg" data-orig-size="1903,891" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;1&quot;}" data-image-title="วิธีดู-Street-view" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/วิธีดู-Street-view-300x140.jpg" data-large-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/วิธีดู-Street-view-1024x479.jpg" src="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/วิธีดู-Street-view-1024x479.jpg" alt="" class="wp-image-3751" srcset="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/วิธีดู-Street-view-1024x479.jpg 1024w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/วิธีดู-Street-view-300x140.jpg 300w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/วิธีดู-Street-view-768x360.jpg 768w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/วิธีดู-Street-view-1536x719.jpg 1536w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/วิธีดู-Street-view.jpg 1903w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" />
<img decoding="async" width="1024" height="470" data-attachment-id="3752" data-permalink="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b8%99%e0%b8%94-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1/attachment/%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87-street-view/" data-orig-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/มุมมอง-Street-view.jpg" data-orig-size="1909,877" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;1&quot;}" data-image-title="มุมมอง-Street-view" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/มุมมอง-Street-view-300x138.jpg" data-large-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/มุมมอง-Street-view-1024x470.jpg" src="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/มุมมอง-Street-view-1024x470.jpg" alt="" class="wp-image-3752" srcset="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/มุมมอง-Street-view-1024x470.jpg 1024w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/มุมมอง-Street-view-300x138.jpg 300w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/มุมมอง-Street-view-768x353.jpg 768w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/มุมมอง-Street-view-1536x706.jpg 1536w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/มุมมอง-Street-view.jpg 1909w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></li>
</ol>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b8%99%e0%b8%94-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1/">วิธีการดูโฉนด ราคาประเมินจากกรมที่ดิน แบบออนไลน์</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%82%e0%b8%89%e0%b8%99%e0%b8%94-%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a1/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3746</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ว่าด้วยเรื่องระบบสำนักในสมัยก่อนของไทย</title>
		<link>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/</link>
					<comments>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 23 Nov 2022 15:27:35 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.itisablogsite.com/?p=3737</guid>

					<description><![CDATA[<p>นั่งดูสัมภาษณ์ขุนอิน ระนาดเอก แล้วจะว่าไป ระบบสำนักของไทย ก็คล้ายๆระบบกงสีของจีนเหมือนกันนะ ระบบสำนักของไทย อย่างสำนักปี่พาทย์ จะมีอาจารย์ใหญ่ที่เรียกว่าเจ้าสำนัก ซึ่งจะรับลูกศิษย์ที่อยากเรียนดนตรีมาเรียนกินนอนที่สำนักตั้งแต่เด็ก โดยไม่มีการเก็บค่าเล่าเรียน เรียกได้ว่า เรียนฟรี กินฟรี อยู่ฟรี แต่ก็ต้องซ้อมดนตรีและทำงานอยู่ในสำนัก พอมีงานแสดง ไม่ว่าจะงานศพ หรืองานอะไรก็ตาม เจ้าสำนักก็จะเป็นคนจัดสรรว่าใครได้ไปเล่นงานไหน ถ้าสำนักมีคนเยอะก็รับทีหลายๆงานได้ แบ่งกันไปคนละงาน ถ้าคนน้อยงานนึงก็ต้องไปกันทั้งสำนัก พอแสดงได้เงินมา เจ้าสำนักก็จะเอามาแบ่งให้กับลูกศิษย์ ส่วนที่เหลือจะเก็บเข้ากองกลาง ไว้เป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากิน ค่าอยู่ ของคนในสำนัก ลูกศิษย์คนไหนเก่งๆ เริ่มมีชื่อเสียง ก็จะออกไปตั้งสำนักของตัวเอง รับลูกศิษย์เอง หรือไม่ก็ออกไปเป็นศิลปินเดี่ยว รับงานเป็นจ็อบๆไป ใครเก่งๆก็ออกไปตั้งสำนักตัวเองตั้งแต่หนุ่มๆ แต่ถ้าคนไหนไม่ค่อยเก่ง ก็จะกินอยู่ในสำนักยันแก่ หรือจนตายคาสำนักหรือใครเก่งมากๆก็จะเป็นทายาทสืบทอดเจ้าสำนักรุ่นต่อไป แต่ส่วนมากคนสืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักมักเป็นลูกหลานสายตรงของเจ้าสำนักคนก่อนซะมากกว่า</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/">ว่าด้วยเรื่องระบบสำนักในสมัยก่อนของไทย</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>นั่งดูสัมภาษณ์ขุนอิน ระนาดเอก แล้วจะว่าไป ระบบสำนักของไทย ก็คล้ายๆระบบกงสีของจีนเหมือนกันนะ</p>



<p>ระบบสำนักของไทย อย่างสำนักปี่พาทย์ จะมีอาจารย์ใหญ่ที่เรียกว่าเจ้าสำนัก ซึ่งจะรับลูกศิษย์ที่อยากเรียนดนตรีมาเรียนกินนอนที่สำนักตั้งแต่เด็ก โดยไม่มีการเก็บค่าเล่าเรียน เรียกได้ว่า เรียนฟรี กินฟรี อยู่ฟรี แต่ก็ต้องซ้อมดนตรีและทำงานอยู่ในสำนัก</p>



<p>พอมีงานแสดง ไม่ว่าจะงานศพ หรืองานอะไรก็ตาม เจ้าสำนักก็จะเป็นคนจัดสรรว่าใครได้ไปเล่นงานไหน ถ้าสำนักมีคนเยอะก็รับทีหลายๆงานได้ แบ่งกันไปคนละงาน ถ้าคนน้อยงานนึงก็ต้องไปกันทั้งสำนัก</p>



<p>พอแสดงได้เงินมา เจ้าสำนักก็จะเอามาแบ่งให้กับลูกศิษย์ ส่วนที่เหลือจะเก็บเข้ากองกลาง ไว้เป็นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากิน ค่าอยู่ ของคนในสำนัก</p>



<p>ลูกศิษย์คนไหนเก่งๆ เริ่มมีชื่อเสียง ก็จะออกไปตั้งสำนักของตัวเอง รับลูกศิษย์เอง หรือไม่ก็ออกไปเป็นศิลปินเดี่ยว รับงานเป็นจ็อบๆไป</p>



<p>ใครเก่งๆก็ออกไปตั้งสำนักตัวเองตั้งแต่หนุ่มๆ แต่ถ้าคนไหนไม่ค่อยเก่ง ก็จะกินอยู่ในสำนักยันแก่ หรือจนตายคาสำนัก<br>หรือใครเก่งมากๆก็จะเป็นทายาทสืบทอดเจ้าสำนักรุ่นต่อไป แต่ส่วนมากคนสืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักมักเป็นลูกหลานสายตรงของเจ้าสำนักคนก่อนซะมากกว่า</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/">ว่าด้วยเรื่องระบบสำนักในสมัยก่อนของไทย</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3737</post-id>	</item>
		<item>
		<title>11 ข้อเตือนใจ ที่คนรุ่นก่อนอยากฝากถึงคนอายุ 20-40 ปี</title>
		<link>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1/11-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%88/</link>
					<comments>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1/11-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%88/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 04 Oct 2022 12:29:45 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทักษะชีวิต/ความรู้รอบตัว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.itisablogsite.com/?p=3728</guid>

					<description><![CDATA[<p>เคยมีคนบอกว่า เราทุกคนมี time machine ของตัวเอง นั่นก็คือ ถ้าอยากรู้ว่าอนาคตของตัวเองจะเป็นยังไง ให้ไปดูคนที่ใช้ชีวิตเหมือนกับเราก่อนหน้าเราไปสัก 20 ปี แบะแน่นอนว่าถ้าเราไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไร คนนั้นแหละคือนาคตของเราในอีก 20 ปี ข้างหน้า แล้วก็มีโพสต์ใน facebook โพสต์นึง ว่าคนอายุ 50 60 70 มีอะไรอยากบอกอยากเตือนคนอายุ 38 ดังนั้นนี่จึงเป็นข้อเตือนใจที่ดี เป็นคำเตือนจากอนาคต ที่ไม่ให้เราผิดพลาดซ้ำเหมือนคนรุ่นก่อนหน้า เหมือนมี time machine ส่วนตัว มาบอกอนาคตให้กับเรานั่นเอง 1.รักษาสุขภาพ ทุกๆคนจะเตือนเกี่ยวกับร่างกายและสุขภาพเอาไว้เยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องกิน มีคนนึงพูดได้กินใจมากว่า &#8220;ให้กินอาหารเป็นยา เพื่ออนาคตจะได้ไม่ต้องกินยาเป็นอาหาร&#8221; ดูแลสุขภาพให้ดี มองโลกในมุมที่สร้างสรรค์และเป็นไปได้จริง เพราะต่อให้มีเงินเท่าไหร่ถ้าสุขภาพไม่ดีก็ไม่มีความสุข ตั้งใจทำงาน วางแผนการเงิน ดูแลสุขภาพและความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวให้ดีๆ 2.ครอบครัวสำคัญที่สุด...</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1/11-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%88/">11 ข้อเตือนใจ ที่คนรุ่นก่อนอยากฝากถึงคนอายุ 20-40 ปี</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>เคยมีคนบอกว่า เราทุกคนมี time machine ของตัวเอง นั่นก็คือ ถ้าอยากรู้ว่าอนาคตของตัวเองจะเป็นยังไง ให้ไปดูคนที่ใช้ชีวิตเหมือนกับเราก่อนหน้าเราไปสัก 20 ปี แบะแน่นอนว่าถ้าเราไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไร คนนั้นแหละคือนาคตของเราในอีก 20 ปี ข้างหน้า</p>



<p>แล้วก็มีโพสต์ใน facebook โพสต์นึง ว่าคนอายุ 50 60 70 มีอะไรอยากบอกอยากเตือนคนอายุ 38 ดังนั้นนี่จึงเป็นข้อเตือนใจที่ดี เป็นคำเตือนจากอนาคต ที่ไม่ให้เราผิดพลาดซ้ำเหมือนคนรุ่นก่อนหน้า เหมือนมี time machine ส่วนตัว มาบอกอนาคตให้กับเรานั่นเอง</p>



<iframe loading="lazy" src="https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fweb.facebook.com%2Fsomo.puttarat%2Fposts%2Fpfbid0zY3sCnSBoX5scwsQwCArWrNoykkPxNDkcKezFqbUoHPBU1Ez7P8a6tF3APaBLSjLl&amp;show_text=true&amp;width=500" width="500" height="742" style="border:none;overflow:hidden" scrolling="no" frameborder="0" allowfullscreen="true" allow="autoplay; clipboard-write; encrypted-media; picture-in-picture; web-share"></iframe>



<h3 class="wp-block-heading">1.รักษาสุขภาพ</h3>



<p>ทุกๆคนจะเตือนเกี่ยวกับร่างกายและสุขภาพเอาไว้เยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องกิน มีคนนึงพูดได้กินใจมากว่า &#8220;ให้กินอาหารเป็นยา เพื่ออนาคตจะได้ไม่ต้องกินยาเป็นอาหาร&#8221; </p>



<p>ดูแลสุขภาพให้ดี มองโลกในมุมที่สร้างสรรค์และเป็นไปได้จริง เพราะต่อให้มีเงินเท่าไหร่ถ้าสุขภาพไม่ดีก็ไม่มีความสุข ตั้งใจทำงาน วางแผนการเงิน ดูแลสุขภาพและความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวให้ดีๆ</p>



<h3 class="wp-block-heading">2.ครอบครัวสำคัญที่สุด</h3>



<p>มีคำเตือนมากมายว่าครอบครัวสำคัญที่สุด และพึงระลึกไว้ว่าความพลัดพรากมาจะมาไม่ทันตั้งตัวเสมอๆ แล้วก็มีกลุ่มนึงที่พูดว่าเรื่องแต่งงานเป็นเรื่องสำคัญมากคิดให้ดีตัดสินใจลงไป เพราะจะมีผลกับชีวิตเรามากๆหลังจากนั้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">3. มีสติอยู่เสมอ</h3>



<p>การตัดสินใจต่างๆในชีวิตส่งผลต่อชีวิตในอนาคตอย่างมหาศาลที่เราอาจคาดไม่ถึง ดังนั้นให้มีสติรู้ตัวตลอดเวลาในขณะตัดสินใจ อย่าตัดสินใจขณะที่อารมณ์ไม่นิ่ง ใช้ทุกลมหายใจเหมือนเป็นวันสุดท้าย เพราะเราไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น</p>



<h3 class="wp-block-heading">4. ความสุข ต้องเดี๋ยวนี้</h3>



<p>หลายคนมีชีวิตเหมือนหนูถีบจักร ยอมทุกข์ทรมานในวันนี้ เพื่อหวังว่าจะมีความสุขในบั้นปลาย แต่ความสุขและสนุกเป็นเรื่องที่ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ เพราะถ้ารอ มันอาจไม่มีวันนั้นตลอดไป จงมีชีวิตที่อิสระ อะไรมีความสุขก็ทำ</p>



<h3 class="wp-block-heading">5. รีบเคลียหนี้ให้หมด</h3>



<p>พยายามอย่ามีหนี้ แต่ถ้ามีหนี้ให้รีบจ่ายให้หมดก่อนอายุ 60 ถ้าเคลียได้ก่อน 45 ได้ยิ่งดี เพราะการเป็นหนี้เป็นทุกข์ในยามแก่มากๆ วางแผนการเงินดีๆ เพื่อที่ชีวิตบั้นปลายจะได้สบาย และที่สำคัญอย่าให้เพื่อนยืมตังค์เพราะจะได้คืนยากมาก และการเงินออมสำคัญมาก </p>



<h3 class="wp-block-heading">6. หาเพื่อนแท้ให้ได้</h3>



<p>หาเพื่อนแท้ให้ได้อย่างน้อย 1 คน ตอนแก่จะได้ไม่เหงามีคนพูดคุยเรื่องความหลังคุยไปขำไปสนุกเฮฮา เมื่อพูดถึงเรื่องในอดีตตอนนั้นๆ</p>



<h3 class="wp-block-heading">7. เงินสดสำคัญที่สุด</h3>



<p>ไม่ว่าจะมีทรัพย์สินมากขนาดไหน แต่เงินสดในมือสำคัญที่สุด จำไว้ว่าเงินออม = ที่พักพิง</p>



<h3 class="wp-block-heading">8. อยู่กับความเป็นจริง</h3>



<p>อยู่กับความเป็นจริงให้มากที่สุด จำไว้ว่าปัจจุบันสำคัญที่สุด อนาคตยังมาไม่ถึง แล้วก็อดีตมันผ่านไปแล้วไม่ต้องคิดมาก</p>



<h3 class="wp-block-heading">9.อย่าหวังพึ่งคนในครอบครัว</h3>



<p>ดูแลรักษาคนในครอบครัวให้ได้ แต่ไม่ต้องหวังพึ่งพิงเขา อยู่กับตัวเองให้ได้ รักษาความสัมพันธ์คนในครอบครัวให้ได้จะมีแต่คนรัก ไม่ทำตัวเป็นภาระของใคร ทุกอย่างคือ Backup ของชีวิต</p>



<h3 class="wp-block-heading">10. อย่าเดินทางผิด</h3>



<p>หลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่ถูกต้องที่จะพาตัวเองไปสู่เหวลึก เพราะถ้าพลาดขึ้นมา มันจะกลับมาในช่วงบั้นปลายได้ยากมากๆ </p>



<h3 class="wp-block-heading">11. การวางแผนและลงทุนต้องทำแต่เนิ่นๆ</h3>



<p>จำไว้ว่าให้ปลูกต้นไม้ผลไม้ที่กินได้ในที่ดินของตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ ถ้าปลูกตอนอายุ 50 60 70 จะสายเกินไปและอาจจะไม่ได้กิน ชีวิตเราจะต้องวางแผนเพื่ออนาคตไว้บ้าง </p>



<p>จะสังเกตได้ว่าทุกๆข้อเตือนใจจะวนๆกับเรื่องสุขภาพ เพราะถ้าเรื่องอื่นดีหมด แต่สุขภาพไม่ดี ยังไงก็ไม่มีความสุข ส่วนเราเรื่องเงิน keyword ของมันไม่ใช่คำว่ารวยหรือเงินเยอะ แต่มันคือการวางแผนและเข้าใจว่าเราจำเป็นต้องใช้เงินเท่าไหร่ เผื่อไว้อนาคตเท่าไหร่อะไรแบบนี้ ที่สำคัญที่สุดคือการใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน เพราะเวลาที่สำคัญที่สุดคือเวลาตอนนี้ ความสุขนั้นไม่ได้ซับซ้อน แต่เราต้องรู้จักการออกแบบชีวิตให้มีความสุข และสุดท้ายต้องระมัดระวังเรื่องความสัมพันธ์ให้ดีๆ เพราะเรามักใช้เวลาชีวิตอยู่กับคนส่วนใหญ่ไม่กี่คน ดังนั้นคนเหล่านี้จึงมีผลต่อชีวิตเราสูงมาก</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1/11-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%88/">11 ข้อเตือนใจ ที่คนรุ่นก่อนอยากฝากถึงคนอายุ 20-40 ปี</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1/11-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%88-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3728</post-id>	</item>
		<item>
		<title>ทำไมเด็กจบใหม่จึงหางานยาก?</title>
		<link>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
					<comments>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Tue, 12 Jul 2022 18:09:32 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเงิน/ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ตลาดแรงงาน]]></category>
		<category><![CDATA[นักศึกษา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.itisablogsite.com/?p=3699</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นกำลังใจให้น้องๆจบใหม่ที่ยังหางานไม่ได้นะครับ ส่วนนึงก็ต้องยอมรับว่า งานมันหายากกว่าแต่ก่อนจริงๆนั่นแหละ มันมีหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น มหาลัยปรับตัวตามตลาดแรงงานไม่ทัน เพราะโลกเปลี่ยนไว แต่มหาลัยใช้โมเดลเดิมๆคือ เรียนนาน แล้วใช้ยาวๆไปตลอดอายุการทำงาน ซึ่งมันไม่ค่อยเวิกแล้ว เพราะโลกเปลี่ยนไวมาก เดี๋ยวนี้ สกิลต้องรีบเรียนให้พอใช้งานได้ แล้วมาฝึกให้เก่งตอนทำงาน แล้วพอสัก 5-10 ปี ก็มา reskill ใหม่ เพราะสกิลหมดอายุไวมาก แต่มหาลัยเองก็มีปัญหา เพราะการหาผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ใหม่ๆไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างก่อนหน้านี้ 3-4 ปี เรารู้ว่า data science มา แต่มหาลัยก็เตรียมตัวไม่ทัน เพราะผู้เชี่ยวชาญยังมีน้อยมาก แต่มหาลัยก็ยังแก้ปัญหาด้วยวิธีเดิมๆด้วยการสร้างขึ้นมาเอง ส่งไปเรียนต่อ แต่กว่าจะพร้อมก็ตลาดวายแล้ว หรืออย่างตอนนี้ เรารู้ว่า AI มาแน่ แต่ผู้เชี่ยวชาญ AI ในไทยจริงๆ ยังมีไม่กี่คนด้วยซ้ำ แล้วน้อยคนมากๆที่จะเป็นอาจารย์มหาลัย...</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">ทำไมเด็กจบใหม่จึงหางานยาก?</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นกำลังใจให้น้องๆจบใหม่ที่ยังหางานไม่ได้นะครับ ส่วนนึงก็ต้องยอมรับว่า งานมันหายากกว่าแต่ก่อนจริงๆนั่นแหละ มันมีหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น</p>
<ul>
<li>มหาลัยปรับตัวตามตลาดแรงงานไม่ทัน เพราะโลกเปลี่ยนไว แต่มหาลัยใช้โมเดลเดิมๆคือ เรียนนาน แล้วใช้ยาวๆไปตลอดอายุการทำงาน ซึ่งมันไม่ค่อยเวิกแล้ว เพราะโลกเปลี่ยนไวมาก เดี๋ยวนี้ สกิลต้องรีบเรียนให้พอใช้งานได้ แล้วมาฝึกให้เก่งตอนทำงาน แล้วพอสัก 5-10 ปี ก็มา reskill ใหม่ เพราะสกิลหมดอายุไวมาก แต่มหาลัยเองก็มีปัญหา เพราะการหาผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ใหม่ๆไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างก่อนหน้านี้ 3-4 ปี เรารู้ว่า data science มา แต่มหาลัยก็เตรียมตัวไม่ทัน เพราะผู้เชี่ยวชาญยังมีน้อยมาก แต่มหาลัยก็ยังแก้ปัญหาด้วยวิธีเดิมๆด้วยการสร้างขึ้นมาเอง ส่งไปเรียนต่อ แต่กว่าจะพร้อมก็ตลาดวายแล้ว หรืออย่างตอนนี้ เรารู้ว่า AI มาแน่ แต่ผู้เชี่ยวชาญ AI ในไทยจริงๆ ยังมีไม่กี่คนด้วยซ้ำ แล้วน้อยคนมากๆที่จะเป็นอาจารย์มหาลัย<br />
ในขณะที่คนที่ทำงานแล้ว ถ้าโชคดี จะได้ฝึก skill ใหม่ๆพวกนั้น ในระหว่างทำงานไปด้วยเลย อย่าง AI เชื่อว่าตอนนี้หลายที่ก็เริ่มนำ AI มาช่วย forcast เรื่องต่างๆ กันแล้ว ไม่ว่าจะการสั่งซื้อ ยอดขาย นั่นทำให้คนกำลังทำงานได้เรียนรู้ไปด้วย</li>
<li>แนวโน้มองค์กรทุกที่คือลดคน เพราะ digital transformation และมีโควิด19 เป็นตัวเร่ง แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ลดทันทีแบบปลดคนออก แต่ลดแบบปล่อยคนเก่าเกษียณ แล้วไม่รับคนใหม่มาเติม ตัวอย่างองค์กรใหญ่ๆที่ใช้วิธีนี้อย่างเห็นได้ชัดคือ ข้าราชการ, SCB, การไฟฟ้า<br />
จริงๆ digital transformation มีมานาน แต่มักนำร่องกับองค์กรชั้นนำก่อน เช่น CP เพราะว่าการลงทุนกับระบบอัตโนมัติใช้เงินลงทุนสูง สำหรับองค์กรที่ไม่ใหญ่มาก การจ้างคนจึงยังคุ้มกว่าอยู่ แต่พอ covid-19 มา เหมือนถูกบีบบังคับใช้เอา tech มาใช้แบบไม่มีทางเลือก</li>
<li>การเฟ้อของตลาดอุดมศึกษา เมื่อ 40 ปีที่แล้ว เรามีประชากรเกิดปีละ 1 ล้านคน แต่มีที่นั่งในมหาลัยแค่ 4 หมื่นที่นั่ง ปัจจุบันประชากรเราเกิดแค่ปีละ 5-6 แสน แต่มีที่นั่งในมหาลัยเกือบ 3 แสนที่นั่ง (แต่มีคนเรียนจริงๆแค่ประมาณ 2 แสน) นั่นทำให้ทุกวันนี้ เราจะเห็นว่ามีงานที่ใช้วุฒิต่ำกว่าปริญญาตรีว่างเต็มไปหมด ไม่ว่า จะ ม.6 ปวช. ปวส. แต่งานของ ป.ตรี จริงๆกลับหายากกว่ามาก จนคนจบ ป.ตรี หลายคน ต้องยอมลดวุฒิไปทำงาน 7-11 บ้าง อะไรบ้าง</li>
<li>ประเทศไทยไม่เกิดการย้ายงานครั้งใหญ่ ที่อเมริกา หลังจบ covid-19 เหตุการณ์นึงคือ คนลาออกจำนวนมหาศาล เพื่อย้ายงาน แต่ที่ไทยไม่เกิดเหตุการณ์นี้</li>
<li>ปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาเชิงโครงสร้าง บริษัทที่จ้างคนต่อยอดขายเยอะๆมักเป็นธุรกิจ SME แต่ SME ตายไปเยอะมาก พอไปดู SET100 ของไทย จะเห็นว่าบริษัทใน SET100 แทบไม่มี tech company เลย บ่งบอกว่า innovation ในไทยนั้นต่ำมาก แต่กลับมีแต่บริษัทที่ทำพวกโครงสร้างพื้นฐาน บ่งบอกว่าเรามีการผูกขาดมาก เอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจดั้งเดิมขนาดใหญ่สูง ใช้ระบบเส้นสายและโครงสร้างทางกฏหมายให้บริษัทใหญ่ได้เปรียบ จนบริษัทเล็กๆที่ใช้ innovation สู้ แต่ไม่มีอำนาจด้านอื่นเสียเปรียบในการแข่งขันจนไม่สามารถก้าวมาเป็นบริษัทใหญ่ได้ อย่างไรก็ดี บริษัทใหญ่ในไทย ได้ใช้วิธีตัดหน่วยงานย่อยมาทำ innovation เองเพื่อความคล่องตัว แต่ถ้าเมื่อไรที่รู้ว่าสู้บริษัทเล็กๆไม่ได้ ก็จะชิงซื้อบริษัทเล็กๆก่อนจะโต ซึ่งบางทีซื้อมาก็ไม่ได้เอามาทำไร ซื้อมาดองก็เยอะ</li>
<li>ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ ทำให้ตลาดในประเทศไม่โต (คนสูงอายุกินใช้ น้อยกว่าคนหนุ่มสาว พูดให้เห็นภาพ สมมติเราเปิดร้านข้าวในหมู่บ้านนึงที่มีสัก 100 คน ร้านเราขายได้วันละ 100 จาน ต่อมาหมู่บ้านนั้นไม่มีเด็กเกิดใหม่ มีแต่คนแก่ เราไม่มีทางขายได้วันละ 100 จาน เท่าเดิมแน่นอน) การทำให้ตลาดภายในโตต่อได้ ต้องโตด้วยแนวลึก คือหา innovation ใหม่ มาเพื่อให้เกิดตลาดใหม่ๆ แต่ปัญหาก็ย้อนกลับไปข้อที่แล้ว บริษัท เลือกใช้วิธีตีกินแนวกว้าง มากกว่าหาทางโตแนวลึก เพราะง่ายกว่า เห็นยอดชัดเจนกว่า (จริงๆในระบบบุคคลก็ทำกันแบบนี้นะครับ เพราะพอตลาดไม่โต มันทำให้รายได้เดิมมันเพิ่มยาก หลายๆคนที่มีความสามารถเลยเลือกที่จะหางานที่ 2 3 4 ทำเพิ่ม แต่นั่นก็ทำให้คนยังไม่มีงาน หางานยากขึ้นไปอีก)<br />
นอกจากนี้ การกระตุ้นการบริโภคในประเทศที่รัฐบาลพยายามก็เรียกว่า ใช้จนกระสุนหมด ไม่ว่าโครงการคนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน รวมถึงโครงการแจกเงินต่างๆ ที่รัฐบาลพยามเข็นมากระตุ้นการบริโภค ก็ใช้กันจนเกลี้ยงแล้ว นอกจากนี้รัฐบาลยังพยายามใช้จ่ายด้วยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เพื่อเทเงินลงไปให้เกิดการจ้างงาน แต่ก็ใช้จนสัดส่วนหนี้ต่อ GDP เต็มเพดานแล้ว ดังนั้นกระสุน หมดแล้ว<br />
พอการบริโภคในประเทศไม่โต ความหวังเราเลยอยู่ที่ภายนอก นั่งก็คือการส่งออก และท่องเที่ยว ซึ่งก็อย่างที่เห็น ท่องเที่ยวตายเรียบ แต่ส่งออกพึ่งมาฟื้นตอนค่าเงินบาทอ่อน</li>
</ul>
<p>นอกจากนี้เด็กจบใหม่ยังมีความกดดันไม่ว่าจะเป็นค่าเทอมที่แพงขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แล้วภาระก็สูงจากปัญหาสังคมผู้สูงอายุ (ทั้งบ้านมีลูกหลานไม่กี่คน แต่ปู้ย่าตายายป้าๆลุงๆเต็มไปหมด และส่วนใหญ่ไม่ได้วางแผนเกษียณกันไว้) สวนทางกับตลาดจบใหม่ ที่เงินเดือนต่ำลง (ซึ่งเอาจริงๆก็เป็นไปตามหลัก demand supply นั่นแหละ เพราะถ้าหาคนทำงานเงินเดือนเท่านั้นไม่ได้ เค้าคงไม่ให้แค่ 15000 บ้าง 12000 บ้าง 9000 ยังมี แต่มันมีคนยอมทำไง)</p>
<h2>แล้วเด็กจบใหม่จะทำอย่างไร?</h2>
<p>คำแนะนำสำหรับผมคือ หางานในฝันก่อนก็ได้ แค่ไม่ควรใช้เวลาเกิน 6 เดือน หรือเต็มที่ไม่เกิน 1 ปี และในระหว่างที่หาให้พยายามศึกษาเพิ่ม skill ใหม่ๆไปด้วย เพราะสกิลที่เรามี มันอาจตันแล้วจริงๆ หรือไม่ก็แข่งขันกันสูงจนเกินไป ถ้าเกิน 1 ปี ต้องมั่นใจว่ารับมือกับ 3 ปัญหาให้ได้ คือ</p>
<ol>
<li>มั่นใจว่าตอบได้ว่า ทำไมจบมานานแล้ว ยังไม่ทำงาน? ถ้าเรามีเหตุผลที่ดีพอ โอเค ผ่านได้ แต่ถ้าตอบว่าหางานไม่ได้ จะนำไปสู่ข้อ 2</li>
<li>จะคลายความสงสัยของผู้สัมภาษณ์ได้อย่างไร ว่าทำไมที่ผ่านมาไม่มีคนเลือกเราเลย? ถ้าคลายข้อสงสัยได้ ไปข้อ 3</li>
<li>เราจะจัดการกับความมั่นใจยังไง ความจริงก็คือ พอคนเราไม่ได้ทำงานนานๆ เราจะค่อยๆเสียความมั่นใจไปเรื่อยๆ และความรู้สึกไร้ค่า มันจะมาค่อยๆกัดกินเรา เราจะ manage ความรู้สึกนี้ได้อย่างไร?</li>
</ol>
<p>ถ้าเคลีย 3 ข้อไม่ได้ แนะนำว่า มีงานอะไร ก็ยอมทำไปก่อน เพราะเก็บประสบการณ์ และหาช่องทาง โอกาสใหม่ๆในชีวิต ช่องทางและโอกาส เราอาจเจอหรือไม่เจอก็ได้ แต่ถ้าเราอยู่เฉยๆ เราไม่มีทางเจอแน่นอน</p>
<p>นอกจากนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า หลายคน มีมุมมองบวกต่อน้องที่หางานทำไม่ได้แต่ยอมทำงานต่ำกว่าวุฒิ หรืองานไม่ตรงสายมาก่อน เช่น รู้สึกว่า เป็นคนไม่เรื่องมาก มีอะไรก็ยอมทำไปก่อน ถ้าวันนึงต้องทำอะไรที่ไม่ใช่หน้าที่หลัก ก็น่าจะไม่มีปัญหา, เป็นคนอดทน สู้ชีวิต, ยิ่งถ้าเคยผ่านงานหนักๆมาก่อน ก็มักไม่ค่อยบ่นบริษัทว่า ที่นี่งานหนัก เงินเดือนน้อย (เพราะรู้ว่าที่ๆนรกกว่ามีอยู่จริง) นอกจากนี้คนที่เคยทำงานจริงมาก่อน แม้จะไม่ตรงสายงานที่ตัวเองทำ แต่ก็ได้ฝึก soft skill ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การสื่อสาร, การงานร่วมกับคนอื่น, การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เป็นต้น</p>
<p>แม้ว่าคำแนะนำนี้ อาจขัดใจหลายคน เพราะเหมือนเป็นการยอมให้คนอื่นเอาเปรียบ แต่โลกความจริงมันก็เป็นแบบนี้ เหมือนขายของสักอย่างทั้งชีวิต แล้ววันดีคืนดีมีร้านใหญ่กว่า ทุนหนากว่า มาเปิดตรงข้ามเรา ถ้าเราสู้ได้ ใครจะไม่อยากสู้ แต่ถ้าสู้ไม่ได้จริง ยอมเข้าร่วมเป็นพันธมิตร ร้านสาขา หรือไปเป็นลูกจ้าง ก็ยังดีกว่าตายไปเฉยๆ เราคนเดียวเปลี่ยนระบบไม่ได้ เพราะมันมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้เป็นแบบนี้ตามที่กล่าวมาข้างต้น ที่ผ่านมาแรงงานจึงต้องรวมเป็นสหภาพ เป็นหน่วยงาน เพื่อให้มีพลังพอจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้</p>
<p>สุดท้าย ไม่อยากให้โทษว่า ปัญหาพวกนี้ เป็นสิ่งที่คนรุ่นก่อนทำเอาไว้ เพราะในแต่ละรุ่น ก็มีความยากง่ายไม่เหมือนกัน เหมือนที่คนแต่ก่อนชอบบ่นเด็กรุ่นใหม่ &#8220;ไม่มีความอดทน&#8221; เพราะรุ่นก่อนมองว่าเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีเยอะ สะดวกสบาย ไม่เหมือนรุ่นตัวเอง ต้องเริ่มจาก 0 ทุกอย่าง แต่เด็กรุ่นใหม่ก็มองผู้ใหญ่ว่า ทำไมยึดติด ไม่รับฟังความเห็น ตอนมีโอกาสทำไมปล่อยทิ้งไว้จนปัญหาตกทอดมาถึงรุ่นตัวเอง เพราะความจริงแล้ว คนแต่ละรุ่น ก็มีความยากง่ายในชีวิตไม่เหมือนกัน</p>
<p>เปรียบเหมือน คนรุ่นก่อนเหมือนมาบุกเบิกทุ่งหญ้าร้างที่ไม่มีอะไรเลย แต่คนรุ่นใหม่เกิดมาพร้อมสวนที่เต็มไปด้วยแอปเปิ้ลเต็มสวนแล้ว แต่ปัญหาของคนรุ่นใหม่คือ มีแอปเปิ้ลเต็มสวนก็จริง แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของแอปเปิ้ลเหล่านั้นเลย ครั้นจะปลูกใหม่ ก็เหลือพื้นที่ให้ตัวเองปลูกไม่มากแล้ว จึงต้องหนีไปทำอย่างอื่นแทน</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/">ทำไมเด็กจบใหม่จึงหางานยาก?</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%9a%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3699</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
