ผักบุ้งสีตกกินได้ไหม เกิดจากอะไร

พอดีวันนี้เห็นเพจหมอแลบแพนด้า พูดเรื่องผักบุ้งสีตก ขออธิบายสักหน่อยครับ เวลาเราไปกินก๊วยเตี๋ยว เราคงเคยเจอเหตุการณ์นี้บ่อยๆ ผมเองก็เจอบ่อยๆเหมือนกัน นั่นคือ สีของผักมันไม่เท่ากัน เหมือนกันเวลาเราซักผ้าแล้วสีตก มันก็อดคิดไม่ได้ว่าผักเนี่ยมันย้อมสีผสมอาหารมาหรือเปล่า สีถึงได้ตกแบบนี้ จริงๆ แล้วไม่ใช่นะครับ ไม่ได้ใส่สีผสมอาหารอะไรหรอก เรื่องนี้มันเกิดจากในพืชผักที่มีสีเขียว จะมีสารตัวนึงชื่อ คลอโรฟิลล์ ซึ่งเป็นสารที่มีสีเขียว แล้วสารตัวนี้ มันก็มีหลายตัว (ซึ่งมีสีเขียวเข้มอ่อนต่างกัน) มีทั้งที่ละลายได้ในน้ำและน้ำมัน พอความสามารถในการละลายมันไม่เท่ากัน เวลามันเจอน้ำหรือน้ำมัน มันเลยละลายออกมาได้ไม่เท่ากัน ก็เลยเหมือนกับสีมันตกออกมานั่นเอง ซึ่งจริงๆมันก็คือสีตกนั่นแหละ แต่เป็นสีของคลอโรฟิลล์ซึ่งเป็นสีตามธรรมชาติอยู่แล้ว ไม่ใช่สีผสมอาหาร และไม่ได้มีอันตรายแต่อย่างใด ทำไมคลอโรฟิลล์ถึงมีสีเขียว? คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) สามารถดูดกลืนแสงได้ดีที่ในช่วงคลื่นแสงสีฟ้าและแสงสีแดง แต่สามารถดูดกลืนช่วงคลื่นแสงสีเหลืองและแสงสีเขียวได้น้อย ดังนั้นเมื่อได้รับแสงจะดูดกลืนแสงสีฟ้าและสีแดงเอาไว้ ส่วนแสงสีเขียวที่ไม่ได้ถูกดูดกลืนจึงได้สะท้อนออกมาเป็นแสงสีเขียว ทำให้เราเห็นคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) เป็นสีเขียว ลองดูภาพ Spectrum การดูดกลืนแสงของคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) ประกอบครับ จะเข้าใจมากขึ้น โดยเส้นสีเขียวคือ Chlorophyll a ส่วนสีเขียวอ่อนคือ…

สิ่งที่ Platform Marketplace เปลี่ยนแปลงวงการค้าปลีก ???

ผมจำได้ว่า CEO Platform Marketplace เจ้านึงเคยพูดไว้เมื่อ 5 ปีที่แล้วประมาณว่า ใช้เวลา 5 ปีในการอัดเม็ดเงินเพื่อให้คนติดแพลทฟอร์มงอมแงมก่อน รอเวลาอีก 5 ปี ให้ธุรกิจค้าปลีกตายกันสนิทกันให้หมดก่อนส่วนผู้นำเข้าอย่างน้อยขอแค่พิการ แล้วก็ถึงเวลาเริ่มต้นสตาร์ทธุรกิจที่จะเอาเงินกันแบบจริงๆจังๆซะที จากวันนั้น ถึงวันนี้ ก็ครบ 5 ปีแล้ว คิดว่า สิ่งที่พูดไว้ ทำสำเร็จไหมครับ แน่นอน ไม่สำเร็จกับ 7-11 เจ้านึงแน่ๆล่ะ 5555555+ ขอต่ออีกนิด ตั้งแต่มี shopee กับ lazada สิ่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในวงการค้าปลีกคือ supply chain ในวงจรค้าปลีก คือปกติ ในวงการค้าปลีก ห่วงโซ่มันจะเป็นแบบนี้ ผู้ผลิต/แบรนด์ >>>> distributor >>>> dealer >>>> retailer >>>> customer ซึ่งในวงจรแบบเดิม…

การที่ม็อบพ่นสี อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิกำลังบอกอะไรเรา

เห็นอะไรในภาพนี้กันบ้างไหมครับ ? มองผิวเผิน ก็เหมือนเด็ก ที่เกลียดชังทหาร กำลังพยายามทำลายสัญลักษณ์แห่งความภูมิใจของคนรุ่นก่อน แต่กับสถานที่นี้ มันมีอะไรมากกว่านั้น จริงๆ สถานที่นี้ เป็นหนึ่งในอีกมรดกของคณะราษฎร ที่ยังหลงเหลืออยู่ ที่ยังไม่ถูกทำลาย โยกย้าย หรือเปลี่ยนชื่อ เหมือนสถานที่อื่นๆที่โดนไปก่อนหน้านี้แล้ว สถานที่นี้ เป็นสถานที่แรกๆ ที่มีการสร้างอนุสรณ์สถานเพื่อยกย่องสามัญชนคนธรรมดา (ก่อนหน้านี้ มีแต่อนุสาวรีย์ของเจ้านาย หรือขุนนาง) อันที่จริง มันควรจะเป็นสถานที่แห่งความภาคภูมิใจของม็อบครั้งนี้ด้วยซ้ำไป แต่เชื่อเถอะ ผมเชื่อว่า หลายคนที่เกลียดรัฐบาล หรือทหาร ออกจะเฉยๆกับการกระทำแบบนี้ด้วยซ้ำไป มันบอกอะไรเรา ? สิ่งที่รัฐทำ กำลังสร้างความเกลียดชัง ให้ร้าวลึกไปจนถึงรากเหง้า โดยไม่สนใจว่ารากนั้น จะดีหรือเสีย ขอแค่มีสิ่งที่เกลียดผูกติดอยู่ ก็พร้อมจะทำลาย หรือเปล่า หรือนี่เป็นผลสะท้อนกลับจากการที่ผ่านมา เราบิดเบือนประวัติศาสตร์ เพื่อเชิดชู หรือด้อยค่าบุคคล หรือเพื่อสร้างชาติ สร้างความภาคภูมิใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้เกิดขึ้นมา โดยไม่สนใจความถูกต้องมาตั้งแต่แรก จนประวัติศาสตร์ไม่ควรค่าแก่การศึกษาและเชื่อถืออีกต่อไปหรือเปล่า หรือจะเป็นผลจากการที่ผ่านมา เราพยายามแช่แข็ง…

ปลานิล ส่งผลเสียต่อระบบนิเวศ จริงไหม?

ในเหล่าบรรดาปลา Alien species ทั้งหมด ปลานิลดูจะเป็นปลาชนิดเดียว ที่ดูจะเป็นผู้ร้ายน้อยที่สุด ทั้งๆที่ทุกคนต่างก็ยอมรับว่ามันเป็น Alien species อาจเป็นเพราะมันเป็นปลาที่หาง่าย เนื้ออร่อย และสร้างผลประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยมหาศาล ด้วยมูลค่าการส่งออกที่สูงลิ่ว จนหลายมองว่ามันมีข้อดีมากกว่าข้อเสีย และมองข้ามผลกระทบต่อระบบนิเวศไป แต่ถ้าเรามาโฟกัสกันที่ผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างเดียวล่ะ ปลานิลจะสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศมากน้อยขนาดไหน จะเหมือนปลาดุกบิ๊กอุยที่กำลังมีประเด็นดราม่ากันอยู่ไหม หรือว่าเหมือนปลาซัคเกอร์ที่เคยปวดหัวกันถึงขั้น ต้องระดมสมองใช้ความคิดสร้างสรรค์สร้างเมนูมาเพื่อช่วยกันกินลดจำนวนมันโดยเฉพาะ อันที่จริงแล้ว นักอนุรักษ์ก็เถียงกันมานานครับว่า จริงๆปลานิลมันสร้างผลเสียต่อระบบนิเวศมากน้อยขนาดไหน ดังนี้ ปลานิลเป็นปลาที่หากินเก่ง และขยายพันธ์ุได้ดี แต่ไม่ได้กินปลาท้องถิ่นแบบเฉพาะเจาะลง คือมันทำลายระบบนิเวศด้วยการแย่งอาหารปลาท้องถิ่น ซึ่งปลานิลมันก็กินเก่งและเพิ่มจำนวนไว เป็นไปได้ว่าปลาท้องถิ่นที่กินอาหารคล้ายๆปลานิลจะได้รับผลกระทบ จากการขาดอาหารที่โดนปลานิลแย่ง ปลานิลเข้ามาในไทย 50 ปีแล้ว ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้จักคำว่า alien species ทำให้ไม่ได้มีการศึกษาถึงผลกระทบของปลานิลในช่วงแรกๆที่เข้ามาเลย การมาศึกษาตอนนี้ก็ยากแล้ว เพราะมันเป็นส่วนนึงของห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศใหม่ไปแล้ว การที่ปลานิล ไม่ได้ทำลายปลาท้องถื่นแบบเฉพาะเจาะจง ทำให้การทดลองโดยการนำปลาท้องถิ่นชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นตัวแทนที่ใช้ในการศึกษายาก และการลดลงของปลาท้องถื่นทั้งหมด ก็ยากจะบอกว่ามาจากปลานิลหรือมาจากส่วนประกอบอื่นด้วย (ควบคุมตัวแปรในการศึกษายาก) ยกตัวอย่างง่ายๆ ปลาซัคเกอร์เกอร์กินไข่ปลา ทำให้ปลาท้องถื่นบางชนิดหายไปอย่างรวดเร็ว แต่ปลานิลไม่ได้เฉพาะเจาะจงแบบนั้น…

เราจะแก้ปัญหาการเผาไร่อ้อยได้อย่างไร ในทางเศรษฐศาสตร์

เป็นที่ทราบกันดีกว่า การเผาเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาฝุ่น pm 2.5 ที่กำลังสร้างปัญหาอยู่ในขณะนี้ และการเผาไร่อ้อยก็เป็นหนุ่งในนั้น คำถามคือ ทำไมต้องเผา และเราจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร การเผาไร่อ้อย การเผาไร่อ้อยทำเพื่อกำจัดใบอ้อยให้หายไป เพื่อความสะดวกในการตัด ซึ่งจะทำในช่วงฤดูเปิดหีบอ้อย ซึ่งจะกินระยะเวลาประมาณ 4 เดือน ถึง 4 เดือนครึ่ง ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ช่วงประมาณธันวาคม ถึง เมษายน ของทุกปี วิธีการเผานั้นมักเริ่มจากเผาต้นอ้อยรอบแรก เพื่อให้ตัดได้ง่าย จากนั้นก็จะเผาใบอ้อยที่เหลืออีกรอบ แต่หากมีการตัดสดในรอบแรก หลังจากตัดและนำอ้อยออกจากแปลงแล้ว ก็จะมีการเผาเศษใบอ้อยที่เหลือ ยกเว้นบางแปลง จะมีการใช้เครื่องมาม้วนพันใบอ้อยที่เหลือเป็นม้วนขนาดใหญ่ แล้วนำไปขายเพื่อเป็นเชื้อเพลิง การเผาไร่อ้อยก่อนตัดมีข้อดีคือ แรงงานตัดได้ง่าย ประหยัดค่าแรงและเวลา โดยเฉพาะบางแปลงที่ต้องเร่งตัดให้ทันช่วงเวลาหีบอ้อย (อย่าลืมว่าโควต้าเต็มเมื่อไรก็ปิดหีบ ดังนั้นปีไหนที่ผลผลิตเยอะ ก็ต้องเร่งทำเวลา) สามารถตัดได้แม้อ้อยมีปัญหาเจอลมแรงต้นล้มพันกันมากจนรถตัดไม่ได้ สำหรับข้อเสียของการเผาไร่อ้อยก่อนตัดคือ ทำให้เกิดมลภาวะ เกิดฝุ่น pm 2.5 ได้อ้อยที่มีน้ำหนักน้อย ค่าความหวานลดลง ทำให้ขายได้ราคาน้อยลง รายได้ลด ทำให้อินทรีวัตถุในดินน้อยลง…