<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>กฎหมาย Archives - A blog</title>
	<atom:link href="https://www.itisablogsite.com/tag/%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.itisablogsite.com/tag/กฎหมาย/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Sun, 07 Jul 2024 10:23:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.3</generator>

<image>
	<url>https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/cropped-ablog-1-32x32.png</url>
	<title>กฎหมาย Archives - A blog</title>
	<link>https://www.itisablogsite.com/tag/กฎหมาย/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">112643113</site>	<item>
		<title>รีวิวเรียนนิติศาสตร์ รามคำแหง ภาคพิเศษ ส-อา</title>
		<link>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%a3%e0%b8%b2/</link>
					<comments>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%a3%e0%b8%b2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 07 Jul 2024 10:23:52 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทักษะชีวิต/ความรู้รอบตัว]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.itisablogsite.com/?p=5043</guid>

					<description><![CDATA[<p>รีวิวเรียนนิติราม ภาคพิเศษ ส-อา หลังจากเรียนไป 3 สัปดาห์ การเรียนไม่มีอะไรมาก เหมือนกันเรียนสมัยก่อนทั่วไป ตึกเก่า พื้นปูกระเบื้องยาง สลับหินอ่อนตามสมัยนิยมช่วงปี 2520-2530 เข้าใจว่าหลังๆย้ายไปบางนา เลยไม่ได้ปรับปรุงห้องและอาหารเท่าไรนัก โต๊ะก็โต๊ะยาวไม้แบบสมัยก่อน ไม่มีที่เสียบปลั๊กแบบโต๊ะสมัยใหม่ การเรียนก็เป็นสไลด์บ้าง เป็นปิ้งหนังสือบ้าง ปริ้นสไลด์มาปิ้งบ้าง ส่วนคนเรียนช่วงแรกๆใช้ ipad เยอะ แต่หลังๆมาเริ่มเปลี่ยนเป็นสมุดจด อาจเพราะไม่มีที่ซ๊าต + ข้อสอบเป็นอัตนัยทั้งหมด ทำให้การเขียนทำให้คุ้นชินกับการทำข้อสอบได้มากกว่า การสอบก็เรียนจบ 1 วิชา เสร็จแล้วก็สอบเลย ไล่ไปเรื่อยๆทีละวิชา ในส่วนของ profile ของคนที่มาเรียนนั้นน่าสนใจกว่า เพราะราวๆ 20-30% เป็นเด็กอายุไม่เกิน 20 อายุน้อยสุดพึ่งจะ 16 (สอบ GED แล้วมาต่อ ป.ตรีเลย)...</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%a3%e0%b8%b2/">รีวิวเรียนนิติศาสตร์ รามคำแหง ภาคพิเศษ ส-อา</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>รีวิวเรียนนิติราม ภาคพิเศษ ส-อา หลังจากเรียนไป 3 สัปดาห์</p>



<p>การเรียนไม่มีอะไรมาก เหมือนกันเรียนสมัยก่อนทั่วไป ตึกเก่า พื้นปูกระเบื้องยาง สลับหินอ่อนตามสมัยนิยมช่วงปี 2520-2530 เข้าใจว่าหลังๆย้ายไปบางนา เลยไม่ได้ปรับปรุงห้องและอาหารเท่าไรนัก โต๊ะก็โต๊ะยาวไม้แบบสมัยก่อน ไม่มีที่เสียบปลั๊กแบบโต๊ะสมัยใหม่ การเรียนก็เป็นสไลด์บ้าง เป็นปิ้งหนังสือบ้าง ปริ้นสไลด์มาปิ้งบ้าง ส่วนคนเรียนช่วงแรกๆใช้ ipad เยอะ แต่หลังๆมาเริ่มเปลี่ยนเป็นสมุดจด อาจเพราะไม่มีที่ซ๊าต + ข้อสอบเป็นอัตนัยทั้งหมด ทำให้การเขียนทำให้คุ้นชินกับการทำข้อสอบได้มากกว่า การสอบก็เรียนจบ 1 วิชา เสร็จแล้วก็สอบเลย ไล่ไปเรื่อยๆทีละวิชา</p>



<p>ในส่วนของ profile ของคนที่มาเรียนนั้นน่าสนใจกว่า เพราะราวๆ 20-30% เป็นเด็กอายุไม่เกิน 20 อายุน้อยสุดพึ่งจะ 16 (สอบ GED แล้วมาต่อ ป.ตรีเลย) กลุ่มนี้แบ่งเป็นได้ 2 กลุ่มใหญ่ๆคือ</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย เลยเลือกเรียน ส-อา</li>



<li>เรียน ป.ตรี ควบกับมหาลัยอื่น แล้วมาเรียนที่รามเพิ่มเพื่อเอา 2 ใบ</li>
</ol>



<p>เด็กรุ่นนี้น่าสนใจ เพราะหลายคนไม่เรียน ม.ปลาย พึ่งรู้เหมือนกันว่า เดี๋ยวนี้ระบบการศึกษาเปิดให้เรียนออนไลน์ที่บ้านได้มากขึ้น รวมถึงมีคนเรียนแบบ home school เยอะกว่าสมัยเรามาก โดยรวมเด็กรุ่นนี้วางแผนชีวิตกันมาดีเช่นคนที่เรียน home school ก็จะมองว่า ก็ต้องเรียนพิเศษอยู่แล้ว ทำไมต้องไปเรียนที่โรงเรียนอีก สู้ลง pre-degree ควบกับสอบ GED ไปด้วยเลยดีกว่า พวกนี้รู้สึกว่าการมีปริญญาใบเดียวไม่พอ หรือมองว่าการทำงานไปด้วยสำคัญกว่าเรียนอย่างเดียว</p>



<p>แต่คนที่เรียน ม.ปลาย ก็มีนะ แต่คนที่เรียนคือจะมองว่าเค้ามีเพื่อน ม.ปลายที่ดี เลยอยาก keep สังคม ม.ปลายไว้ แต่คนที่ไม่เรียนก็มองว่า connection ม.ปลาย ก็ไม่ได้ดีเท่าไร เสียเวลา หาเอาที่อื่นดีกว่า (แต่เอาจริงๆก็อดคิดไม่ได้ว่า เด็กมันมีประสบการณ์มากพอจะมองออกว่าคุณภาพของเพื่อนหรือสังคมจะดีหรือแย่ตั้งแต่ ม.4 แล้วหรอ)</p>



<p>น่าดีใจว่า สิ่งพวกนี้เป็นสิ่งที่คนรุ่นเราคิดกันตั้งแต่สมัยเรียน แต่ทำไม่ได้ (หรือทำได้ แต่ทำยากกว่าสมัยนี้เยอะ) พอเด็กรุ่นนี้ที่เป็นลูกของ gen Y ตอนต้น gen X ตอนปลาย ก็มาทำสิ่งนี้ให้เป็นจริง</p>



<p>ส่วนที่เหลือ จะเป็นกลุ่มที่ทำงานแล้ว กลุ่มนี้ส่วนมากอยู่ใน middle class ของชนชั้นทางสังคม และครึ่งนึงคือเป็นกลุ่มที่ขาดโอกาสมาก่อน แต่ fight จนมาอยู่ในระดับ middle class ได้สำเร็จ (มีกลุ่ม elite แค่ประมาณ 1% ของ class) กลุ่มนี้มีตั้งแต่อายุ 20 ไปจนถึง 50 กว่า และส่วนใหญ่อยู่ในสายงานราชการ โดย</p>



<ol class="wp-block-list">
<li>ประมาณ 20% เป็นตำรวจ</li>



<li>กลุ่มที่พยายามอัพระดับตัวเอง เช่น บรรจุเป็น ขรก. อยู่แล้ว แต่เลื่อนระดับไม่ได้ เพราะวุฒิไม่ตรง เลยพยายามสอบชิงทุนของหน่วยงานได้ พอสอบได้เลยมาเรียนต่อ</li>



<li>ส่วนใหญ่ทำงานในแวดวงฝ่ายกฎหมายและปกครอง เช่น ปปส ปปช กกต พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มีองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นบ้าง แต่น้อยกว่าที่คิด</li>
</ol>



<p>โดยรวมโปรไฟล์อาจไม่ได้อยู่กลุ่ม A แต่ว่าเป็นพวกหิว อยากพัฒนาตัวเอง อยากจะอัพระดับชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเอง รู้สึกได้ถึงความเป็นนักสู้ของแต่ละคน</p>



<p>ที่น่าสนใจอีกจุดนึงในกลุ่มที่ทำงานแล้วคือเกิน 70% มีปริญญามาแล้ว 2 ใบ และราวๆ 50% จบ ป.โท มาแล้วด้วย ถือว่านี่ที่มีวุฒิ ป.ตรี อย่างเดียว เป็นวุฒิต่ำๆใน class เลย แสดงว่าคนที่มาเรียน รักการเรียนกันพอสมควร เพราะเรียนกันมาเยอะจริงๆ 55555+ และวุฒิโทที่จบกันเยอะสุดคือ รัฐศาสตร์ รองลงมาคือบริหาร</p>



<p>ดังนั้นพอเห็นเทรนในอนาคตว่า ความเชี่ยวชาญในศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งและความรู้กว้างๆในสาขาอื่นๆ เป็น T shape อาจจะไม่พออีกแล้ว อาจต้องมีความเชี่ยวชาญใน 2 ศาสตร์ เป็น V shape Y shape U shape</p>



<p>อีกจุดนึงที่น่าสนใจ ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะรามคำแหง ภาคปกติพึ่งเปิดเทอมเมื่อวันที่ 2 กค. ที่ผ่านมา ซึ่งภาคพิเศษเปิดก่อนหน้านั้น แต่ตอนที่มีแต่ภาคพิเศษเรียน โรงอาหารค่อนข้างเงียบ ไม่มีคน แต่หลังจากภาคปกติเปิดเรียนได้เพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้น โต๊ะเก้าอี้ใต้ตึกกลับเนืองแน่นไปด้วย นศ. ที่มาอ่านหนังสือในวันอาทิตย์ (ดังรูป) ทำให้อดคิดเปรียบเทียบกับตึกส้มของคณะเภสัชตอนสมัยที่ตัวเองเป็นนักศึกษาไม่ได้ เพราะตอนนั้น การจะได้เห็นคนมาอ่านหนังสือกันแน่นๆ ก็ต้องหลังเดือนแรกของการเปิดเทอมไปแล้ว</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img fetchpriority="high" decoding="async" width="1024" height="967" data-attachment-id="5044" data-permalink="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%a3%e0%b8%b2/attachment/image/" data-orig-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2024/07/image.jpg" data-orig-size="1106,1044" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;0&quot;}" data-image-title="image" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2024/07/image-300x283.jpg" data-large-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2024/07/image-1024x967.jpg" src="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2024/07/image-1024x967.jpg" alt="" class="wp-image-5044" srcset="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2024/07/image-1024x967.jpg 1024w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2024/07/image-300x283.jpg 300w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2024/07/image-768x725.jpg 768w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2024/07/image.jpg 1106w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>


<p>ที่น่าสังเกตุอีกอย่างคือเด็กภาคปกติ มักจะอ่านชีสสรุป แล้วนั่งติวกันเป็นกลุ่มๆ ในขณะที่ภาคพิเศษ มักจะอ่านจากที่ตัวเองจดสรุป แล้วไปหาซื้อหนังสือจากศูนย์หนังสือมาอ่านเสริม แล้วอ่านแบบตัวใครตัวมัน แต่จะเอาเนื้อหาของตัวเองมาแชร์กับเพื่อนในไลน์กลุ่มแทน</p>



<p>อ๋อ ในส่วนของภาคพิเศษ ไม่มี e-learning ไม่มี zoom ไม่มีเรียนย้อนหลังให้ แต่ภาคปกติจะมี e-learning ให้ แต่เฉพาะช่วงปี 1-2 ของการเรียน</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%a3%e0%b8%b2/">รีวิวเรียนนิติศาสตร์ รามคำแหง ภาคพิเศษ ส-อา</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1/%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c-%e0%b8%a3%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">5043</post-id>	</item>
		<item>
		<title>สังคมกำลังบอกอะไรเรา เมื่อเกิดเหตุการณ์ ยื่น Port เข้าคณะแพทย์ต้องมี Paper ตีพิมพ์</title>
		<link>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/privilege-port-paper-faculty-of-medicine/</link>
					<comments>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/privilege-port-paper-faculty-of-medicine/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 14 Jan 2023 18:00:03 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สังคม]]></category>
		<category><![CDATA[กฎหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[การแพทย์]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.itisablogsite.com/?p=3781</guid>

					<description><![CDATA[<p>บอกตรงๆ ผมเองก็พึ่งทราบเหมือนกัน ว่าสมัยนี้ถ้าเราจะเข้ามหาลัย มันจะมีรอบที่ไม่ต้องสอบ เรียกว่ารอบ Port ก็คือยื่น Portfolio แล้วเข้าได้เลย การพิจารณาก็จะดูจากผลงานพอร์ตนั่นแหละ แต่ส่วนใหญก็จะมีการสัมภาษณ์ประกอบด้วย ซึ่งคณะแพทย์บางแห่ง ก็มีกฎว่า ถ้าจะมีคุณสมบัติที่จะยื่นเข้ารอบนี้ด้วย ต้องมีผลงานวิจัยทางวิชาการ โดยเฉพาะงานวิชาการด้านการแพทย์ ตีพิมพ์ลง Paper ด้วย ซึ่งเอาจริงๆ มองผิวเผินมันก็เหมือนกับต้องการคัดเด็กอัจฉริยะด้านการแพทย์ ที่มีผลงานทางวิชาการถึงขั้นลง Paper งานวิจัยแต่ตั้งแต่มัธยม แต่ว่าในความจริงมีเด็กมัธยมสักกี่คนที่ทำแบบนั้นได้ มันเลยเกิดโรงเรียนแบบใหม่ที่สอนคอร์สเพื่อฝึกให้ตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการโดยเฉพาะ แล้วก็นำมาสู้ประเด็นดราม่า ดังรูป พูดกันตามตรง นี่ไม่ใช่ครั้งแรก หรือครั้งแรกของเมืองไทย ที่มีการออกกฎเพื่อให้ privilege หรือสิทธิพิเศษแก่คนกลุ่มใดกลุ่มนึง และอันที่จริง มีแบบนี้ในทุกวงการด้วย ยกตัวอย่างวงการกฎหมาย ก็มีสอบผู้พิพากษา – อัยการ สนามจิ๋ว สนามเล็กและก็สนามใหญ่ สนามจิ๋วเรียกได้ว่าเป็น privilege สำหรับคนจบนอก...</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/privilege-port-paper-faculty-of-medicine/">สังคมกำลังบอกอะไรเรา เมื่อเกิดเหตุการณ์ ยื่น Port เข้าคณะแพทย์ต้องมี Paper ตีพิมพ์</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p>บอกตรงๆ ผมเองก็พึ่งทราบเหมือนกัน ว่าสมัยนี้ถ้าเราจะเข้ามหาลัย มันจะมีรอบที่ไม่ต้องสอบ เรียกว่ารอบ Port ก็คือยื่น Portfolio แล้วเข้าได้เลย การพิจารณาก็จะดูจากผลงานพอร์ตนั่นแหละ แต่ส่วนใหญก็จะมีการสัมภาษณ์ประกอบด้วย ซึ่งคณะแพทย์บางแห่ง ก็มีกฎว่า ถ้าจะมีคุณสมบัติที่จะยื่นเข้ารอบนี้ด้วย ต้องมีผลงานวิจัยทางวิชาการ โดยเฉพาะงานวิชาการด้านการแพทย์ ตีพิมพ์ลง Paper ด้วย</p>



<p>ซึ่งเอาจริงๆ มองผิวเผินมันก็เหมือนกับต้องการคัดเด็กอัจฉริยะด้านการแพทย์ ที่มีผลงานทางวิชาการถึงขั้นลง Paper งานวิจัยแต่ตั้งแต่มัธยม แต่ว่าในความจริงมีเด็กมัธยมสักกี่คนที่ทำแบบนั้นได้ มันเลยเกิดโรงเรียนแบบใหม่ที่สอนคอร์สเพื่อฝึกให้ตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการโดยเฉพาะ แล้วก็นำมาสู้ประเด็นดราม่า ดังรูป</p>


<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="1024" height="873" data-attachment-id="3782" data-permalink="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/privilege-port-paper-faculty-of-medicine/attachment/medcoach-institute-%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%b2-1/" data-orig-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ดราม่า-1.jpg" data-orig-size="1284,1095" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;0&quot;}" data-image-title="MedCoach-Institute-ดราม่า-1" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ดราม่า-1-300x256.jpg" data-large-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ดราม่า-1-1024x873.jpg" src="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ดราม่า-1-1024x873.jpg" alt="" class="wp-image-3782" srcset="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ดราม่า-1-1024x873.jpg 1024w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ดราม่า-1-300x256.jpg 300w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ดราม่า-1-768x655.jpg 768w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ดราม่า-1.jpg 1284w" sizes="(max-width: 1024px) 100vw, 1024px" /></figure></div>

<div class="wp-block-image">
<figure class="aligncenter size-large"><img decoding="async" width="725" height="1024" data-attachment-id="3783" data-permalink="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/privilege-port-paper-faculty-of-medicine/attachment/medcoach-institute-%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b8%87-1/" data-orig-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ชี้แจง-1.jpg" data-orig-size="1449,2048" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;0&quot;}" data-image-title="MedCoach-Institute-ชี้แจง-1" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ชี้แจง-1-212x300.jpg" data-large-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ชี้แจง-1-725x1024.jpg" src="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ชี้แจง-1-725x1024.jpg" alt="" class="wp-image-3783" srcset="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ชี้แจง-1-725x1024.jpg 725w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ชี้แจง-1-212x300.jpg 212w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ชี้แจง-1-768x1085.jpg 768w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ชี้แจง-1-1087x1536.jpg 1087w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2023/01/MedCoach-Institute-ชี้แจง-1.jpg 1449w" sizes="(max-width: 725px) 100vw, 725px" /></figure></div>


<p>พูดกันตามตรง นี่ไม่ใช่ครั้งแรก หรือครั้งแรกของเมืองไทย ที่มีการออกกฎเพื่อให้ privilege หรือสิทธิพิเศษแก่คนกลุ่มใดกลุ่มนึง และอันที่จริง มีแบบนี้ในทุกวงการด้วย</p>



<p>ยกตัวอย่างวงการกฎหมาย ก็มี<a href="https://ilaw.or.th/node/5877">สอบผู้พิพากษา – อัยการ สนามจิ๋ว สนามเล็กและก็สนามใหญ่</a> สนามจิ๋วเรียกได้ว่าเป็น privilege สำหรับคนจบนอก แน่นอนว่าคนทั่วไปไม่มีปัญญาไปเรียนนอกแน่ๆ สนามเล็กก็เหมือนสงวนไว้ให้ลูกท่านหลานเธอโดยปริยาย</p>



<p>เรื่องทำ paper แล้วยื่นพอร์ตเข้าแพทย์ก็เหมือนกัน ถ้าเด็กมัธยมตามโรงเรียนทั่วไปคงหมดโอกาส ก็คงต้องมีระดับอาจารย์หมอช่วยเหลือนั่นแหละถึงทำได้ ซึ่งถ้าไม่ใช่คนใกล้ชิดหรือมีเงินเยอะๆไปเรียนสถาบันที่เปิดคอร์สพิเศษพวกนี้ ก็คงหมดโอกาสไปโดยปริยาย</p>



<p>จะว่าไป มันก็ฟีลระบบขุนนางสมัยก่อนดีๆนี่เอง (ระบบขุนนางของไทยสืบทอดทางเลือดไม่ได้ ถือว่าดีกว่าทางยุโรปหลายประเทศ แต่ไม่มีการสอบเข้า จึงแย่กว่าของจีน ทั้งนี้ก็เปิดช่องให้สืบทอดทางสายเลือดได้โดยราชสำนักมีข้อละเว้นให้กับขุนนางผู้ลูกมีความชอบต่อแผ่นดินจริงๆ คือมีความชอบในราชการได้เสมอบิดาหรือเหนือกว่าบิดาก็จะได้รับอภิสิทธิ์ให้สืบทอดตำแหน่งของบิดา หรือว่าอวยยศให้สูงกว่าบิดาได้ในทันที เห็นไหมเหมือนสมัยนี้เด๊ะๆเลย ไม่ให้สืบทอดกันทางสายเลือดโดยตรง แต่ก็แอบมีช่องทาง privilege ให้ เหมือนกันเด๊ะ)</p>



<p>บอกตามตรง ผมไม่ค่อยชอบอะไรแบบนี้เท่าไร ถ้าจะทำ ก็ทำแบบทหารไปเลยเหอะ ที่ว่าเป็นลูกหลานทหารแล้วมีคะแนนพิเศษให้ตอนสอบเข้า ตรงๆชัดเจนไม่อ้อมค้อมดี</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/privilege-port-paper-faculty-of-medicine/">สังคมกำลังบอกอะไรเรา เมื่อเกิดเหตุการณ์ ยื่น Port เข้าคณะแพทย์ต้องมี Paper ตีพิมพ์</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1/privilege-port-paper-faculty-of-medicine/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">3781</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
