<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>DIY Archives - A blog</title>
	<atom:link href="https://www.itisablogsite.com/tag/diy/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.itisablogsite.com/tag/diy/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Sun, 12 Feb 2017 13:14:52 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.3</generator>

<image>
	<url>https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/cropped-ablog-1-32x32.png</url>
	<title>DIY Archives - A blog</title>
	<link>https://www.itisablogsite.com/tag/diy/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">112643113</site>	<item>
		<title>วิธีทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นไว้ใช้เอง</title>
		<link>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b1/</link>
					<comments>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b1/#comments</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Jun 2016 20:00:51 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[ทักษะชีวิต/ความรู้รอบตัว]]></category>
		<category><![CDATA[DIY]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันมะพร้าว]]></category>
		<category><![CDATA[สกัด]]></category>
		<category><![CDATA[ไขมัน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.itisablogsite.com/?p=64</guid>

					<description><![CDATA[<p>มนุษย์รู้จักใช้ประโยชน์จากน้ำมันพืชและสัตว์มาเป็นพันปีแล้ว หากพูดถึงน้ำมันที่ใช้ประกอบอาหาร ถ้าเป็นน้ำมันจากสัตว์เราก็นิยมใช้น้ำมันหมู ถ้าเป็นน้ำมันพืชก็อย่างเช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันทานตะวัน น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันบางชนิดก็ใช้เพื่อหวังผลทางการแพทย์ เช่น พวกน้ำมันหอมระเหย หรือ essential oil ที่ดังๆหน่อยก็อย่างเช่นน้ำมันลาเวนเดอร์ที่ช่วยคลายความกังวลและทำให้หลับสบาย ซึ่งวิธีการสกัดเอาน้ำมันออกมาก็มีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทางเคมีและคุณสมบัติของน้ำมันที่ต้องการเหล่านั้น เช่น ใช้ความร้อนในการสกัด อย่าง การกลั่นด้วยไอน้ำ เราอาจได้น้ำมันที่มีความบริสุทธิ์สูง แต่ก็แลกกับเราต้องสูญเสียสารสำคัญไปบางชนิดที่ต้องสลายหรือเปลี่ยนรูปไปเมื่อเจอความร้อน ใช้ตัวทำละลายในการสกัด ซึ่งเราสามารถเลือกได้คร่าวๆว่าจะให้สารประเภทใดละลายออกมาได้บ้างจากการเลือกระบบตัวทำละลาย แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าสารพวกน้ำมันเป็นสารที่ไม่มีขั้ว ซึ่งตัวทำละลายที่ใช้ละลายออกมาได้นั้น ต้องเป็นพวกตัวทำละลายอินทรีย์ ซึ่งเกือบทั้งหมดมีความเป็นพิษสูง รวมถึงมีกลิ่น และมีรส ทำให้รบกวนคุณลักษณะของน้ำมันที่เราสกัดออกมาได้ อีกทั้งกระบวนการกำจัดออกค่อนข้างยุ่งยากและใช้งบประมาณค่อนข้างสูง ดังนั้นวิธีนี้จึงไม่นิยมนำมาสกัดน้ำมันที่ใช้สำหรับการกิน ทา หรือสูดดมสักเท่าไร วิธีแบบ cold press หรือที่เรียกแบบบ้านๆว่าการหีบ เรียกแบบหรูๆหน่อยก็เรียกว่า &#8220;สกัดเย็น&#8221; เป็นวิธีโบราณดั้งเดิมที่ใช้กันมานาน เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งวิธีนี้ใช้หลักการอาศัยแรงบีบ...</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b1/">วิธีทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นไว้ใช้เอง</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>มนุษย์รู้จักใช้ประโยชน์จากน้ำมันพืชและสัตว์มาเป็นพันปีแล้ว หากพูดถึงน้ำมันที่ใช้ประกอบอาหาร ถ้าเป็นน้ำมันจากสัตว์เราก็นิยมใช้น้ำมันหมู ถ้าเป็นน้ำมันพืชก็อย่างเช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันทานตะวัน น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันบางชนิดก็ใช้เพื่อหวังผลทางการแพทย์ เช่น พวกน้ำมันหอมระเหย หรือ essential oil ที่ดังๆหน่อยก็อย่างเช่นน้ำมันลาเวนเดอร์ที่ช่วยคลายความกังวลและทำให้หลับสบาย ซึ่งวิธีการสกัดเอาน้ำมันออกมาก็มีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทางเคมีและคุณสมบัติของน้ำมันที่ต้องการเหล่านั้น เช่น<span id="more-64"></span></p>
<ol>
<li>ใช้ความร้อนในการสกัด อย่าง การกลั่นด้วยไอน้ำ เราอาจได้น้ำมันที่มีความบริสุทธิ์สูง แต่ก็แลกกับเราต้องสูญเสียสารสำคัญไปบางชนิดที่ต้องสลายหรือเปลี่ยนรูปไปเมื่อเจอความร้อน</li>
<li>ใช้ตัวทำละลายในการสกัด ซึ่งเราสามารถเลือกได้คร่าวๆว่าจะให้สารประเภทใดละลายออกมาได้บ้างจากการเลือกระบบตัวทำละลาย แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าสารพวกน้ำมันเป็นสารที่ไม่มีขั้ว ซึ่งตัวทำละลายที่ใช้ละลายออกมาได้นั้น ต้องเป็นพวกตัวทำละลายอินทรีย์ ซึ่งเกือบทั้งหมดมีความเป็นพิษสูง รวมถึงมีกลิ่น และมีรส ทำให้รบกวนคุณลักษณะของน้ำมันที่เราสกัดออกมาได้ อีกทั้งกระบวนการกำจัดออกค่อนข้างยุ่งยากและใช้งบประมาณค่อนข้างสูง ดังนั้นวิธีนี้จึงไม่นิยมนำมาสกัดน้ำมันที่ใช้สำหรับการกิน ทา หรือสูดดมสักเท่าไร</li>
<li>วิธีแบบ cold press หรือที่เรียกแบบบ้านๆว่าการหีบ เรียกแบบหรูๆหน่อยก็เรียกว่า &#8220;สกัดเย็น&#8221; เป็นวิธีโบราณดั้งเดิมที่ใช้กันมานาน เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งวิธีนี้ใช้หลักการอาศัยแรงบีบ อัด เค้น ทางกายภาพ เพื่อให้ได้น้ำมันออกมา วิธีนี้มีข้อดีคือไม่ใช้ความร้อน ทำให้ได้สารในพืชนั้นๆค่อนข้างครบ และสลายตัวหรือเปลี่ยนรูปไปน้อยมาก แต่ก็มีข้อเสียคือสารที่ได้จะมีความบริสุทธิ์น้อยมาก ในหลายๆครั้งอาจมีสารที่ไม่พึงประสงค์ปนมาด้วย เช่น พืชบางชนิดมีน้ำมันที่มีประโยชน์แต่มีสารที่ให้กลิ่นที่ไม่ดี หากใช้วิธีนี้ในการสกัด เราก็จะได้กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์นั้นมาด้วย อย่างไรก็ดี การสกัดด้วยวิธีแบบ cold press ถือได้ว่าเป็นการสกัดที่ไม่ใช้ความร้อน และไม่ได้ผ่านกรรมวิธี จึงถือว่าน้ำมันที่ได้เป็น virgin oil</li>
</ol>
<p>ในส่วนของน้ำมันมะพร้าวเองนั้นมีวิธีที่นิยมหลักๆอยู่ 2 วิธี คือใช้ความร้อนในการสกัดโดยตรงเหมือนการสกัดน้ำมันหมู ซึ่งมีข้อดีคือเป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็ว แต่สารสำคัญหลายชนิดมักสลายตัวไปกับความร้อน ส่วนวิธีที่สองคือใช้วิธีแบบ cold press หรือการสกัดเย็น ซึ่งเป็นวิธีแบบดั้งเดิม และในช่วง 10 ปี หลังมานี้มีงานวิจัยหลายชิ้นที่พบว่าน้ำมันมะพร้าวมีสารที่มีประโยชน์หลายชนิด วิธีการสกัดเย็นจึงได้รับความนิยมกลับมาอีกครั้ง เพราะสามารถสกัดเอาสารที่มีประโยชน์เหล่านั้นไว้ได้ครบถ้วน โดยวิธีการสกัดนั้นเริ่มจาก</p>
<ol>
<li>เตรียมมะพร้าวขูด ให้นึกถึงเวลาเราจะคั้นกะทิ ทำแบบนั้นเลยครับ มะพร้าวที่เราใช้ควรใช้มะพร้าวแก่ที่สด เพราะจะได้ความสดและความหอม หรือถ้าอยากได้กลิ่นหอมๆหน่อย ก็อาจเลือกมะพร้าวทีมีกลิ่นหอมมาทำ เช่นเลือกใช้มะพร้าวน้ำหอมมาทำหรือผสม</li>
<li>เทน้ำอุ่นลงไปในภาชนะ (ภาชนะที่ใช้ควรทนความร้อนได้) ที่เราใส่มะพร้าวขูดที่เตรียมไว้ในข้อ 1</li>
<li>บีบขยำให้น้ำมันมะพร้าวออกมาได้มากที่สุด จะว่าไปขั้นตอนนี้ก็เหมือนกับการคั้นกะทินั่นเอง ยิ่งเราได้กะทิมากเท่าไร เราก็จะยิ่งได้ปริมาณน้ำมันมากเท่านั้น</li>
<li>คั้นไปเรื่อยๆจนเรารู้สึกว่าบีบแล้วมีการร่วนซุย ไม่ติดกัน แสดงว่าเราคั้นจนกะทิออกหมดแล้ว ให้หยุดคั้นได้</li>
<li>กรองด้วยผ้าขาวบาง พยายามอย่าบีบตอนกรอง ปล่อยให้กรองผ่านไปเฉยๆพอ เพราะจะทำให้เศษตะกอนเล็กๆกลับลงมาในกะทิที่เรากรองได้</li>
<li>นำมากรอกใส่ภาชนะที่มองเห็นการแยกชั้นได้ชัดเจน เพราะเมื่อนำกะทิมาตั้งทิ้งไว้จะเกิดการแยกชั้นระหว่างชั้นน้ำ กับน้ำมัน อุปกรณ์ที่ง่ายที่สุดเลยก็คือ separatory funnel แต่อาจจะหายากและมีราคาแพงสักหน่อย ดังนั้นแนะนำให้ใช้ขวดพลาสติกใส เพื่อที่จะได้มองเห็นการแยกชั้นได้ชัด</li>
<li>ตั้งทิ้งไว้ 2 วัน หรือรอจนกว่าการแยกชั้นจะสมบูรณ์</li>
<li>ถ้าเราใส่ separatory funnel ส่วนของน้ำมันจะอยู่ด้านบน ให้เราขันเอาชั้นน้ำด้านล่างออก ก็จะได้น้ำมันมะพร้าว แต่ถ้าหากใส่ขวด ให้นำไปแช่เย็น (ช่องเย็นธรรมดา ไม่จำเป็นต้องเป็นช่องแช่แข็ง เพราะอาจทำให้ชั้นน้ำนั้นแข็งตามไปด้วย) เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวมีกรดไขมันที่อิ่มตัวเยอะ ทำให้มีจุดหลอมเหลวที่สูง เมื่อนำไว้ในที่ๆมีอากาศเย็น มันจะแข็งตัว</li>
<li>นำมีดตัดขวดพลาสติก ขูดเอาเฉพาะส่วนแข็งๆออกมา แล้วนำมาทิ้งไว้ให้ละลาย</li>
<li>กรองตะกอนออกอีกครั้งด้วยผ้าขาวบาง และบรรจุใส่ภาชนะที่ต้องการ</li>
</ol>
<p>สำหรับการใช้น้ำมะพร้าาวนั้น มีวิธีการใช้ที่นิยมอยู่ 2 วิธีคือ วิธีการทา กับวิธีการกิน วิธีการทานั้นอาศัยหลักการที่ว่า น้ำมันมะพร้าวเป็นสารจำพวกน้ำมัน ซึ่งเมื่อเคลือบผิวแล้วจะให้ป้องกันไม่ให้น้ำระเหยไปจากผิว จึงช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวได้ ส่วนการกินนั้น จากที่ผู้เขียนลองรวบรวมข้อมูลมา พบว่าปัจจุบันยังเป็นที่ถกเถียงและผู้เขียนเอง ยังไม่พบงานวิจัยที่น่าเชื่อถือ และมีน้ำหนักมากเพียงพอ ที่ทำให้เชื่อได้ว่าน้ำมันมะพร้าวมีผลทางคลินิกจริงๆ (แม้ว่าจะพบสารหลายตัวที่คาดการณ์ได้ว่ามีประโยชน์) มีบางรายงานระบุว่าช่วยเพิ่ม HDL (ไขมันดีได้) แต่กลุ่มตัวอย่างที่ทดลองก็เป็นกลุ่มเล็ก และใช้เวลาการทดลองค่อนข้างสั้น และยังไม่สามารถตอบได้แน่ชัดว่าปัจจัยควบคุมตัวอื่นๆมีผลต่อการทดลองหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในการกินน้ำมะพร้าวน้้น ผู้เขียนอยากให้พิจารณาว่าน้ำมันพร้าวมีไขมันอิ่มตัวสูงมาก สูงกว่าน้ำมันหมูเสียอีก ซึ่งขึ้นว่าไขมันอิ่มตัว ย่อมสู้ไขมันไม่อิ่มตัวไม่ได้ แต่ไขมันอิ่มตัวในมะพร้าวส่วนใหญ่เป็นกรดไขมันชื่อ lauric acid (C12) ซึ่งเป็นกรดไขมันอิ่มตัวที่โมเลกุลสั้นมาก ทำให้ร่างกายสามารถเผาผลาญได้ง่ายผ่านกระบวนการ beta-oxidation ซึ่งแน่นอนว่าง่ายกว่าพวกไขมันไม่อิ่มตัวโมเลกุลยาวๆเสียอีก ดังนั้นหากจะพิจารณาการกินน้ำมันมะพร้าว ก็ควรกินให้พอดี ไม่มากเกินไป และควรพิจารณาด้วยว่า วันนึงเราได้รับพลังงาน(โดยเฉพาะพวกแป้ง) และทานไขมันไปมากแล้วหรือยัง หากจะทานน้ำมันมะพร้าวอย่างจริงจัง ก็ควรลดไขมันในอาหารอย่างอื่นที่เราทานด้วย และถึงแม้ว่างานวิจัยจะยังสรุปแน่ชัดไม่ได้ ว่าน้ำมันมะพร้าวใช้ได้จริงในทางคลินิก แต่ผลการวิจัยส่วนใหญ่ก็รายงานไปทางค่อนข้างดี มากกว่าไม่ดี และไม่พบอันตรายร้ายแรงจากการทานน้ำมันในขนาดที่พอเหมาะ (ไม่เกิน 2 ช้อนโต๊ะต่อวัน) อย่างไรก็ดี อยากให้พิจารณาด้วยว่า ยังไม่มีการวิจัย (หรืออาจจะมีแต่ผู้เขียนหาไม่พบเอง) ที่ให้ผู้ทดลองทานน้ำมันมะพร้าวต่อเนื่องเป็นเวลานาน ดังนั้นผลจากการทานน้ำมันมะพร้าวที่นานในระดับหลายเดือนหรือหลายปีต่อเนื่อง จึงยังไม่อาจคาดเดาได้ ผู้เขียนขอยกคำพูดของ Dr. Daniel Hwang ซึ่งสรุปได้ตรงใจผู้เขียนมากๆว่า</p>
<blockquote><p>“There are a lot of claims that coconut oil may have health benefits, but there is no concrete scientific data yet to support this”</p></blockquote>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" data-attachment-id="65" data-permalink="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b1/attachment/coconut-1125_960_720/" data-orig-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/coconut-1125_960_720.jpg" data-orig-size="960,642" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;0&quot;}" data-image-title="coconut-1125_960_720" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/coconut-1125_960_720-300x201.jpg" data-large-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/coconut-1125_960_720.jpg" class="aligncenter size-full wp-image-65" src="http://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/coconut-1125_960_720.jpg" alt="coconut-1125_960_720" width="960" height="642" srcset="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/coconut-1125_960_720.jpg 960w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/coconut-1125_960_720-300x201.jpg 300w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/coconut-1125_960_720-768x514.jpg 768w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/coconut-1125_960_720-480x320.jpg 480w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<div id="fb-root"></div>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b1/">วิธีทำน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นไว้ใช้เอง</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%aa%e0%b8%81%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>1</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">64</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
