<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>e-payment Archives - A blog</title>
	<atom:link href="https://www.itisablogsite.com/tag/e-payment/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.itisablogsite.com/tag/e-payment/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Tue, 07 Mar 2017 09:02:04 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.3</generator>

<image>
	<url>https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/cropped-ablog-1-32x32.png</url>
	<title>e-payment Archives - A blog</title>
	<link>https://www.itisablogsite.com/tag/e-payment/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">112643113</site>	<item>
		<title>ความกังวลใจของผมกับ E-Payment</title>
		<link>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-e-payment/</link>
					<comments>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-e-payment/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Jun 2016 21:46:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเงิน/ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[e-payment]]></category>
		<category><![CDATA[การเงิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.itisablogsite.com/?p=86</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้ ประเด็น Hot hit อันดับต้นๆของเรื่องการเงิน คงไม่เรื่องรัฐบาลจะประกาศพาประเทศไทยไปสู่ระบบ E-Paymentในเร็ววันนี้แน่ๆ อันที่จริง เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สักวันนึงในอนาคตก็ต้องเกิดขึ้น ถ้าใครตามข่าว คงได้ข่าว Line pay จับมือกับ Rabbit นั่นหมายความว่า ในอนาคต การทำธุรกรรมแบบ E-payment คงจะเป็นเรื่อง worldwide ในไม่ช้า แต่ผมกลับรู้สึกกังวลกับเทคโนโลยีนี้ ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี แต่อย่างไรเสีย เรื่องนี้ดันไปดึงดูดรัฐบาลหลายๆประเทศ (รวมถึงไทย) เพราะมันทำให้รัฐบาลรู้ถึง statement การเงินของทุกคน และรายรับของร้านค้าทุกร้าน ทำให้สามารถจัดระบบภาษี และสวัสดิการได้ง่ายและทั่วถึงมากขึ้น แล้วมันมีอะไรน่ากังวลละ? อย่างแรก การใช้เงินจ่ายในระบบอิเล็กโทรนิก ทำให้คนเสียวินัยทางการเงินได้ง่ายขึ้น น่าแปลกนะครับ คนเราเมื่อมีบัตรเครดิต ทำให้เราสะดวกขึ้นหลายอย่าง แต่ก็ทำให้หลายคนเป็นหนี้บัตรเครดิตจนถอนตัวไม่ขึ้น แปลกแต่จริงว่า...</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-e-payment/">ความกังวลใจของผมกับ E-Payment</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมานี้ ประเด็น Hot hit อันดับต้นๆของเรื่องการเงิน คงไม่เรื่องรัฐบาลจะประกาศพา<span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #0000ff;"><a style="color: #0000ff; text-decoration: underline;" href="http://manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9590000032942">ประเทศไทยไปสู่ระบบ E-Payment</a></span></span>ในเร็ววันนี้แน่ๆ</p>
<p>อันที่จริง เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สักวันนึงในอนาคตก็ต้องเกิดขึ้น ถ้าใครตามข่าว คงได้ข่าว Line pay จับมือกับ Rabbit นั่นหมายความว่า ในอนาคต การทำธุรกรรมแบบ E-payment คงจะเป็นเรื่อง worldwide ในไม่ช้า แต่ผมกลับรู้สึกกังวลกับเทคโนโลยีนี้ ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี แต่อย่างไรเสีย เรื่องนี้ดันไปดึงดูดรัฐบาลหลายๆประเทศ (รวมถึงไทย) เพราะมันทำให้รัฐบาลรู้ถึง statement การเงินของทุกคน และรายรับของร้านค้าทุกร้าน ทำให้สามารถจัดระบบภาษี และสวัสดิการได้ง่ายและทั่วถึงมากขึ้น<span id="more-86"></span></p>
<h2>แล้วมันมีอะไรน่ากังวลละ?</h2>
<p>อย่างแรก การใช้เงินจ่ายในระบบอิเล็กโทรนิก ทำให้คนเสียวินัยทางการเงินได้ง่ายขึ้น น่าแปลกนะครับ คนเราเมื่อมีบัตรเครดิต ทำให้เราสะดวกขึ้นหลายอย่าง แต่ก็ทำให้หลายคนเป็นหนี้บัตรเครดิตจนถอนตัวไม่ขึ้น แปลกแต่จริงว่า ยิ่งสะดวกมากเท่าไร ยิ่งเห็นว่าเป็นเรื่องไกลตัวมากเท่าไร คนก็ให้ความสำคัญกับมันน้อยลงมากเท่านั้น</p>
<p>อย่างที่สอง มันจะทำให้คนทำผิดได้อย่างไม่รู้สึกผิดได้มากขึ้น<br />
มีงานวิจัยหลายชิ้น ที่พบว่า เมื่อคนเราอยู่ต่อหน้าเงินสด เราจะซื่อสัตย์มากขึ้น แต่ยิ่งออกห่างจากเงินสดไปมากเท่าไร เราก็กลับทำผิดได้อย่างหน้าตาเฉย ยกตัวอย่างนะครับ</p>
<ul>
<li>มีการทดลองนึง เอาโค้กกระป๋องใส่ไว้ในตู้เย็นส่วนกลางตามหอพักมหาวิทยาลัยต่างๆ พบว่า ไม่มีโค้กกระป๋องไหน อยู่รอดเกิน 72 ชม. เลย แต่เมื่อเอาเงินที่ราคาเท่ากับโค้กกระป๋องใส่ไว้แทน ปรากฏว่า ผ่านไปเป็นเดือน เงินก็ยังอยู่ดีไม่หายไปไหน</li>
<li>อีกการทดลองนึง ให้นักศึกษาทำข้อสอบ แล้วเปิดโอกาสให้นักศึกษาโกงข้อสอบได้ ซึ่งนักศึกษาจะได้รับค่าตอบแทนตามจำนวนข้อสอบที่ตอบถูก ปรากฏว่านักศึกษาโกงเฉลี่ยกันคนละ 2.7 ข้อจาก 40 ข้อเท่านั้น และในนักศึกษา 2000 คน มีคนที่โกงไม่ยั้ง คือโกงจนตัวเองได้เต็มเพียง 4 คนเท่านั้น แต่เมื่อเปลี่ยนค่าตอบแทนจากเงินสดเป็นชิพ แล้วให้ชิพนั้นแลกเงินได้ภายหลัง พบว่านักศึกษาโกงเฉลี่ยคนละ 5.9 ข้อ และมีคนโกงไม่ยั้งถึง 24 คน จาก 450 คน</li>
<li>อีกการทดลองที่น่าสนใจคือ การทดสอบความซื้อสัตย์ของ Sale ในการนำใบเสร็จมาเบิกค่าใช้จ่าย พบว่า Sale ที่ต้องยื่นใบเสร็จผ่านธุรการ มีแนวโน้มที่จะแอบสอดแทรกใบเสร็จที่เป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับงานมากกว่า Sale ที่ต้องนำใบเสร็จมาเบิกเงินกับหัวหน้าโดยตรง</li>
</ul>
<p>จะเห็นได้ว่า เมื่อยิ่งการทำธุรกรรมทางการเงินใดๆก็ตาม ยิ่งซับซ้อน และห่างไกลจากเงินสดไปมากเท่าไร คนก็ยิ่งรู้สึกผิดเมื่อทำความผิดน้อยลงเท่านั้น หรือไม่อย่างนั้น คนนั้นก็หาเหตุผลในการทำผิดได้ง่ายขึ้นอย่างน่าประหลาด ยังจำกรณีเอนรอนได้ไหมครับ ผู้ที่ทำให้เอนรอนล้มละลายอย่าง Jeffrey Skilling สามารถเอาเงินบำนาญของผู้คนไปละลายได้อย่างหน้าตาเฉยหลายล้านดอลล่า แต่การขโมยเงินใครสัก 100 เหรียญกลับเป็นเรื่องที่เค้าไม่เคยทำเลย เพราะฉะนั้นระบบ E-payment นอกจากจะทำให้การก่ออาชญากรรมทางการเงินเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นแล้ว ยังทำให้คนก่ออาชญากรรมได้อย่างไม่รู้สึกผิดเพิ่มขึ้นด้วย อย่างไรเสีย หากมีระบบการป้องกันที่ดี เรื่องนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น จริงไหม? ก็ถ้าระบบมันสมบูรณ์จริงๆก็คงป้องกันจากภายนอกได้ แต่จะรู้ได้ไงว่าภายในรัฐบาลเองไม่มีการโกง?</p>
<p>เรื่องนี้ จริงๆแล้วรัฐบาลก็ดำเนินการมาได้สักระยะแล้ว ยังจำบัตรเครดิตเกษตรกรได้ไหมครับ ร้านค้า และบริษัทต่างๆ ที่ติดตั้งเครื่องรูดบัตรเกษตรกรจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อจูงใจให้ติดเจ้าเครื่องนี้ แต่พอติดแล้ว รัฐบาลก็สามารถเห็นรายรับของร้านค้านั้นได้อย่างละเอียด ผมมีเพื่อนคนนึงขายปุ๋ย มันได้กำไรจากการขายปุ๋ยถุงละ 30 บาท แต่กลับโดนเรียกภาษีจากปุ๋ยถุงละ 30% ซึ่งมากกว่ากำไรที่มันได้ซะอีก เมื่อถามไป คำตอบที่ได้ก็คือ เราเก็บอัตรานี้กันทั้งประเทศเป็นปกติอยู่แล้ว เล่นเอาเพื่อนผมอยากจะทุบเครื่องรูดเครดิตเกษตรกรทิ้งเลยทีเดียว</p>
<p>กรณีเรื่องที่เพื่อนผมโดนภาษีปุ๋ยนั้น ก็น่าคิดนะครับ ว่ารัฐบาลเองก็ติดกับดักจิตวิทยาเรื่องการเงินที่ไม่ใช่เงินสดเหมือนกันหรือเปล่า อย่าลืมนะครับว่า การเก็บภาษีเกินจริงเมื่อได้โอกาส หรือการขูดรีดบริษัทต่างๆ ก็ไม่ใช่เรื่องถูกต้องเหมือนกัน แม้ว่าจะมีร้านค้าหรือบริษัทจะโกงภาษีมากเพียงใดก็ตาม ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะทำแบบนั้น แต่มันทำให้จากความรู้สึกผิด เป็นรู้สึกถูกเท่านั้นเอง</p>
<p>อีกกรณีก็อย่างเช่น เรื่องราคากลางของยา ที่ตามหลักการแล้วการกำหนดราคากลางควรจะนำราคากลางของโลกจริงๆมาคิด ไม่ใช่ไปหามาจากประเทศที่ขายยาถูกที่สุดในโลก (ตอนหลังมาก็มีความพยายามในการปรับราคาให้เป็นจริงมากขึ้นแล้ว ก็ขอชื่นชมในความพยายามนะครับ) เรื่องนี้เองรัฐบาลก็อ้างว่าต้องการให้ประชาชนเข้าถึงยาในราคาที่ถูก แต่ถ้าลองวิเคราะห์จริงๆแล้ว ราคากลางของยาจะกี่บาท คนที่จ่ายโดยตรงจริงๆคือรัฐบาล ดังนั้นหากยิ่งกดราคาได้ต่ำมากเท่าไร รัฐบาลก็ลดรายจ่ายด้านสาธารณสุขได้มากเท่านั้น ดังนั้นวิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องจริงๆคือ แทรกแซงราคายาในระดับที่เหมาะสม ไม่ใช่กดราคาให้ต่ำที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แล้วรัฐบาลก็มาเพิ่มค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขแทน ไม่ใช่บอกกับตัวเองว่า ที่ทำไปก็เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ยาราคาถูก ซึ่งถ้าดูย้อนหลังไปจะรู้ว่าสาธารณสุขไม่ใช่กระทรวงที่ได้งบเยอะแยะอะไรเลย กระทรวงที่ได้งบเยอะจริงๆคือ กระทรวงศึกษาธิการที่ได้งบเพิ่มมาตลอด และช่วง 10 ปีหลังสุดได้งบในระดับประมาณ 20% ของ GDP หรือมากกว่านิดๆด้วยซ้ำ แต่เอาจริงๆแล้วเรากลับไม่เห็นอะไรที่ effective ในระบบการศึกษาของเราเลย ในขณะที่โรงพยาบาลรัฐติดลบ งบการเงินเป็นสีแดงมาตลอด การที่รัฐบาลกดราคายาให้ถูกๆบางคนอาจจะคิดว่า แบบนี้ก็ดีนิ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย ใช่ครับ จริงๆมันก็ดี แต่ตอนนี้มันส่งผลเสียต่ออุตสาหกรรมยาในประเทศเราอย่างมาก ตอนนี้อุตสาหกรรมยาในประเทศเราอ่อนแอมาก โรงงานทุกโรงงานต้องตัดงบ R&amp;D มาเพื่อกดราคายาให้ต่ำที่สุด ทำให้การวิจัยและพัฒนายาเราล้าหลังมาก เมื่อมีการบังคับระบบมาตรฐานใหม่ๆให้ทัดเทียมกับต่างประเทศเมื่อไร ก็จะมีข่าวโรงงานยาทยอยปิดตัวเงียบๆไปเรื่อยๆ ถ้าเป็นบริษัทยาข้ามชาติก็ย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศ ทำให้เราสูญเสียโอกาสในการเรียนรู้วิทยาการใหม่ๆจากองค์กรระดับชั้นนำของโลก ในขณะที่ตัวเลขการนำเข้ายาสูงลิ่วขึ้นเรื่อยๆทุกปี โรงพยาบาลเองก็เสี่ยงต่อการขาดยา เพราะถ้า margin มันต่ำมาก เวลาวัตถุดิบสักตัวมันขึ้นราคา สู้ทิ้งใบประมูลแล้วเสียค่าปรับยังคุ้มกว่าผลิตยาที่ขาดทุนส่งให้โรงพยาบาล อันนี้คือเรื่องจริงที่กำลังเกิดขึ้นนะครับ</p>
<p>แต่อย่างไรเสีย ผมก็เข้าใจรัฐบาลว่า ทำไมรัฐต้องเร่งรัดออกมาตรการนี้ ซึ่งจริงๆปัญหามันอยู่ที่ความล้มเหลวในระบบการจัดเก็บภาษีของไทย (มันล้มเหลวจริงๆนะครับ คนไทยมี 65 ล้านคน อยู่ในฐานภาษีแค่ 10 ล้านคน และเสียภาษีจริงๆแค่ประมาณ 2 ล้านคน) คนไทยหนีภาษีกันเยอะมาก หนีกันอย่างไม่รู้สึกผิด (ถ้าทฤษฎีที่ผมพูดถึงเป็นจริง สงสัยต้องแก้ปัญหาด้วยการเคาะตามบ้าน คิดบัญชีกันต่อหน้า แล้วจ่ายภาษีด้วยเงินสดเท่านั้น) แล้วอีกแค่ประมาณ 10 ปี เราจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างเพื่อให้การจัดเก็บภาษีมีประสิทธิภาพ เราจะมีคนทำงานที่จ่ายภาษีไม่พอเลี้ยงผู้สูงอายุในประเทศแน่ๆ แต่เมื่อตัดสินใจทำแล้ว จะต้องทำอย่างไรถึงเพิ่มวินัยทางการเงินให้คนในชาติได้? จะป้องกันการก่ออาชญากรรมทางการเงินที่เพิ่มขึ้นได้อย่างไร? และจะป้องกันการทุจริตของตัวรัฐบาลเองได้อย่างไร?</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" data-attachment-id="94" data-permalink="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-e-payment/attachment/credit-squeeze-522549_960_720/" data-orig-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/credit-squeeze-522549_960_720.jpg" data-orig-size="944,720" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;0&quot;}" data-image-title="credit-squeeze-522549_960_720" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/credit-squeeze-522549_960_720-300x229.jpg" data-large-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/credit-squeeze-522549_960_720.jpg" class="aligncenter size-full wp-image-94" src="http://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/credit-squeeze-522549_960_720.jpg" alt="credit-squeeze-522549_960_720" width="944" height="720" srcset="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/credit-squeeze-522549_960_720.jpg 944w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/credit-squeeze-522549_960_720-300x229.jpg 300w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/credit-squeeze-522549_960_720-768x586.jpg 768w" sizes="(max-width: 944px) 100vw, 944px" /></p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-e-payment/">ความกังวลใจของผมกับ E-Payment</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-e-payment/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">86</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
