<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>startup Archives - A blog</title>
	<atom:link href="https://www.itisablogsite.com/tag/startup/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.itisablogsite.com/tag/startup/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Mon, 11 Apr 2022 09:21:13 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.3</generator>

<image>
	<url>https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/cropped-ablog-1-32x32.png</url>
	<title>startup Archives - A blog</title>
	<link>https://www.itisablogsite.com/tag/startup/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">112643113</site>	<item>
		<title>Thailand 4.0 ฝ่าทางตันประเทศไทย</title>
		<link>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/thailand-4-0-%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/</link>
					<comments>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/thailand-4-0-%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 22 Jun 2016 09:56:43 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเงิน/ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[startup]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand 4.0]]></category>
		<category><![CDATA[เศรษฐกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.itisablogsite.com/?p=132</guid>

					<description><![CDATA[<p>ในปี 2016 ที่ผ่านมานี้ได้มีการพูดถึงโมเดล Thailand 4.0 กันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในวงการ startup และเศรษฐกิจ ว่าแต่ Thailand 4.0 คืออะไร ทำไมต้องมี Thailand 4.0 แล้วมันดียังไง ทำไมต้องทำให้ได้ ไปให้ถึง แล้ว Thailand 1.0, 2.0, 3.0 คืออะไร บทความนี้เราจะมาหาคำตอบกันครับ ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราจะเริ่มนับกันตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1 ปี พ.ศ.2504 ซึ่งนับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจไทย Thailand 1.0 ช่วง Thailand 1.0 ประเทศเราเป็นประเทศเกษตรกรรม เน้นการเกษตร และส่งออกสินค้าเกษตรเป็นหลัก เช่น ข้าว ยางพารา น้ำตาล มันสัปปะหลัง ต่อมาเราก็คิดว่า...</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/thailand-4-0-%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/">Thailand 4.0 ฝ่าทางตันประเทศไทย</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>ในปี 2016 ที่ผ่านมานี้ได้มีการพูดถึงโมเดล Thailand 4.0 กันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในวงการ startup และเศรษฐกิจ ว่าแต่ Thailand 4.0 คืออะไร ทำไมต้องมี Thailand 4.0 แล้วมันดียังไง ทำไมต้องทำให้ได้ ไปให้ถึง แล้ว Thailand 1.0, 2.0, 3.0 คืออะไร บทความนี้เราจะมาหาคำตอบกันครับ<span id="more-132"></span></p>
<p>ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราจะเริ่มนับกันตั้งแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1 ปี พ.ศ.2504 ซึ่งนับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจไทย</p>
<h2>Thailand 1.0</h2>
<p>ช่วง Thailand 1.0 ประเทศเราเป็นประเทศเกษตรกรรม เน้นการเกษตร และส่งออกสินค้าเกษตรเป็นหลัก เช่น ข้าว ยางพารา น้ำตาล มันสัปปะหลัง ต่อมาเราก็คิดว่า เอ เราเอาข้าวไปแลกของใช้ แลกเครื่องมือ เครื่องจักร มันจะคุ้มหรอ อีกอย่างสินค้าเกษตรมีผลผลิตที่ไม่แน่นอน ผลผลิตที่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยเรื่องฤดูกาล และดิน ฟ้า อากาศ ซึ่งควบคุมไม่ได้ จึงเกิดยุคต่อมาเป็น Thailand 2.0</p>
<h2>Thailand 2.0</h2>
<p>ช่วงนี้เป็นช่วงที่เราเริ่มพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ โดยเราจะเน้นไปที่อุตสาหกรรมเบา อุตสาหกรรมที่เป็นพื้นฐานของประเทศ และอุตสาหกรรมที่เน้นใช้แรงงานคนเป็นหลัก ในช่วงแรกเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อทดแทนการนำเข้า หลังจากนั้นเราก็เริ่มมีการส่งออก</p>
<h2>Thailand 3.0</h2>
<p>Thailand 3.0 เกิดจากการที่เราเริ่มพัฒนาเป็นอุตสาหกรรมหนัก ช่วงนี้มีต่างชาติมาลงทุนในไทยมากโดยเฉพาะญี่ปุ่น อุตสาหกรรมในช่วงนี้เป็นอุตสาหกรรมที่มีความซับซ้อนและเน้นการใช้วิทยาการ เช่น รถยนต์, อิเล็กโทรนิค, ปิโตรเคมี</p>
<p>เรามาดูกันนะครับ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในช่วง Thailand 3.0</p>
<p>ในช่วงแรกที่เราก้าวสู่ยุค Thailand 3.0 เราโชติช่วง และเกรียงไกร ช่วงประมาณ พ.ศ. 2530 &#8211; 2534 GDP เราโตด้วยตัวเลข 2 หลัก โต 10% ขึ้นตลอด หลังจากนั้นเราก็โตที่ระดับใกล้ 10% จนถึง พ.ศ.2539  เรากำลังเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเซีย ทั่วโลกต่างจับตามองเรา เรากำลังจะเป็นประเทศพัฒนาแล้วก่อนปี พ.ศ.2560</p>
<p>พ.ศ. 2540 วิกฤตต้มยำกุ้ง</p>
<p>พ.ศ. 2541 &#8211; 2548 เรากำลังฟื้นตัว โต 4-8% ต่อไป เป็นยุคทองของ SMEs เรากำลังเป็นเสือที่พึ่งหายป่วยมาใหม่ๆ</p>
<p>พ.ศ. 2549 เกิดการปฏิวัติ มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ประเทศเข้าสู่ช่วงความขัดแย้งทางการเมืองที่ยาวนาน</p>
<p>หลังปี 2549 เศรษฐกิจเราเริ่มชะลอตัว GDP ค่อยๆลดลงเหลือหลัก 3-4 % ต่อปี ช่วงมีน้ำท่วมใหญ่ก็ติดลบไปเยอะ หลังจากนั้นใช้ยากระตุ้น โครงการรถคันแรก และอื่นๆ GDP ก็กลับไปใกล้ๆ 10% อีกครั้ง แต่หลังจากนั้นเราก็ซึมยาว โตแค่หลัก 1-2% เท่านั้น สุดท้ายเราก็ติดกับดักรายได้ปานกลาง และที่น่ากลัวที่สุดคือเรากำลังจะแก่ก่อนรวย (ประเทศที่เจอปัญหาสังคมสูงอายุก่อนหน้าเราอย่าง ยุโรป และ ญีปุ่น รวยก่อนแก่กันทั้งนั้น ยังไปกันไม่รอดเลย) โดยมีปัญหาที่หมักหมมมานานอย่างปัญหาการทำประมงแบบผิดกฎหมาย ปัญหาองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน คอยกระหน่ำซัด</p>
<p>จากปัญหาและองค์ประกอบทั้งหมดที่ผ่านมา เป็นที่ชัดเจนว่า โมเดลเศรษฐกิจแบบ Thailand 3.0 ไม่สามารถพาประเทศให้เดินต่อไปข้างหน้าได้ จึงได้มีความพยายามที่ปรับเปลี่ยนประเทศสู่ยุคใหม่คือ Thailand 4.0</p>
<h2>Thailand 4.0</h2>
<p>หลังจากเกิดวิกฤตจาก Thailand 3.0 เราก็มานั่งทบทวนว่าที่ผ่านเกิดอะไรขึ้น เราพบว่าประเทศพัฒนาแล้ว และประเทศที่เป็นตลาดการส่งออกขนาดใหญ่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การบริโภคหดตัว ทำให้การส่งออกทั่วโลกหดตัว ประเทศไทยเราออกก็เป็นประเทศที่เน้นการส่งออกหลัก จึงได้รับผลกระทบไปด้วย อย่างไรก็ว่า นับว่าประเทศไทยยังโชคดีว่ามีจุดแข็งที่ความหลากหลาย ทำให้ยังพอประคองตัวได้ ไม่ได้เจ็บหนักจนล้มละลายเหมือนในหลายประเทศที่ฝาก GDP ทั้งหมดไว้กับสินค้าเพียงกลุ่มเดียว แต่เราจะฝากความหวังไว้กับการส่งออกไม่ได้อีกต่อไป เพราะทั่วโลกกำลังอ่อนแอ หากฝากความหวังไว้กับการส่งออก ก็เหมือนรอคอยความหวังจากเศรษฐกิจโลกที่กำลังถดถอย เราจึงต้องเร่งสร้างความเข้มแข็งจากภายใน เพื่อลดผลกระทบจากภายนอกประเทศ อีกทั้งโมเดล Thailand 3.0 ยังใช้การขับเคลื่อนด้วยทุนของต่างชาติเป็นหลัก ทำให้ไม่ว่าตัวเลขการส่งออกจะสูงเท่าไร คนไทยก็ผลตอบแทนในรูปค่าแรงเท่าๆเดิมอยู่ดี ทำให้ไม่สามารถหลุดกับดักรายได้ปานกลางออกไปได้</p>
<p>สำหรับการสร้างความเข้มแข็งจากภายในนั้น จะเน้นไปที่การสร้างนวัตกรรม เพราะว่าหากเราใช้วิธีรับจ้างผลิตแบบเดิม ก็จะกลายเป็นว่า ทำน้อยก็ได้น้อย ทำมากก็ได้กลางๆ ซึ่งต่อไปนภายภาคหน้าเราเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จะทำให้การบริโภคในประเทศหดตัว และพบกับปัญหาการขาดแคลนแรงงานวัยหนุ่มสาว เราจะมาทำน้อยก็ได้น้อย ทำมากก็ได้กลางๆ ไม่ได้แล้ว เราต้องปรับประเทศไปสู่ประเทศที่ใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อน เพราะนวัตกรรมจะทำให้เราทำน้อยแต่ได้มาก ดังนั้นช่วงนี้เราจะเห็นว่ารัฐบาลพยายามสนับสนุน Startup กันมาก เศรษฐกิจในโมเดล Thailand 4.0 จะเน้นการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และการบริการ โดยเน้นที่ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ควบคู่ไปกับสร้างสังคมที่มีจิตวิญาณของความเป็นผู้ประกอบการและความเข้มแข็งของชุมชนและเครือข่าย เมื่อชุมชนเราแข็งแรงแล้ว เราก็จะเชื่อมต่อกับ ASEAN และโลกต่อไป</p>
<p>สำหรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่จะผลักดันการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (S-curve) ประกอบไปด้วย 2 รูปแบบ ได้แก่ รูปแบบที่ 1 คือ First s-curve ซึ่งเป็นการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีอยู่แล้วในประเทศ อันจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะสั้นและระยะกลาง อย่างไรก็ตาม First s-curve ไม่เพียงพอที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด จึงจำเป็นต้องมี New S-curve  ควบคู่ไปด้วย</p>
<p>5 อุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-curve) ประกอบด้วย</p>
<p>1)    อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่</p>
<p>2)    อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ</p>
<p>3)    อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ</p>
<p>4)    การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ</p>
<p>5)    อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร<br />
5 อุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve)  ประกอบด้วย</p>
<p>1)    อุตสาหกรรมหุ่นยนต์</p>
<p>2)    อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์</p>
<p>3)    อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ</p>
<p>4)    อุตสาหกรรมดิจิตอล</p>
<p>5)    อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร</p>
<p>สำหรับโมเดลเศรษฐกิจ Thailand 4.0 นี้ อาจฟังดูเป็นเรื่องไกลตัว ดูโอเวอร์และไม่น่าจะเป็นไปได้ อาจเป็นเพราะเรายังติดภาพและเคยชินกับระบบเศรษฐกิจในโมเดล Thaialnd 3.0 อย่างไรก็ตาม หากเราไม่ทำอะไรเลย หรือทำไม่สำเร็จ เราก็จะเข้าสู่ภาวะ “ทศวรรษแห่งความว่างเปล่า” ไปอีกยาวนาน แต่หากเราปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งนี้สำเร็จ เราก็จะหลุดจากกับดักรายได้ปานกลาง ไปสู่ประเทศที่มีรายได้สูง ดังนั้น เราจึงมีเพียง 2 ตัวเลือกคือ &#8220;Do or Die&#8221; หากไม่ทำอะไรเลย เราก็ตายอยู่ดี เพราะฉะนั้นลองสู้ดูสักครั้ง อย่างน้อยก็ทำให้เรายังมีโอกาสเดินหน้าต่อไปได้</p>
<p><img fetchpriority="high" decoding="async" data-attachment-id="135" data-permalink="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/thailand-4-0-%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/attachment/thailand-4-0/" data-orig-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/Thailand-4.0.jpg" data-orig-size="960,720" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;0&quot;}" data-image-title="Thailand 4.0" data-image-description="&lt;p&gt;โครงสร้าง Thailand 4.0&lt;/p&gt;
" data-image-caption="" data-medium-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/Thailand-4.0-300x225.jpg" data-large-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/Thailand-4.0.jpg" class="aligncenter wp-image-135 size-full" src="http://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/Thailand-4.0.jpg" alt="โครงสร้าง Thailand 4.0" width="960" height="720" srcset="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/Thailand-4.0.jpg 960w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/Thailand-4.0-300x225.jpg 300w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/Thailand-4.0-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p>สำหรับแหล่งที่มาของรูปภาพและรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านได้ที่ <span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #0000ff;"><a style="color: #0000ff; text-decoration: underline;" href="https://www.facebook.com/drsuvitpage/posts/1396306724009387">https://www.facebook.com/drsuvitpage/posts/1396306724009387</a></span></strong></span></p>
<p>สุดท้ายนี้ ถ้าใครสนใจเกี่ยวกับพัฒนาการของเศรษฐกิจไทย ผมแนะนำให้อ่านหนังสือเล่มนี้ครับ <span style="color: #0000ff;"><a style="color: #0000ff;" href="https://invol.co/claabh4">จักรกลธุรกิจไทย (From Siam to Thailand : Entrepreneurial Spirit of Immigrants in This Land of Opportunity) โดย นวพร เรืองสกุล</a></span></p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/thailand-4-0-%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/">Thailand 4.0 ฝ่าทางตันประเทศไทย</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/thailand-4-0-%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">132</post-id>	</item>
		<item>
		<title>Co-living Space สถานที่ทำงานที่เข้มข้นกว่า Co-working Space</title>
		<link>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/co-living-space-%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%82-2/</link>
					<comments>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/co-living-space-%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%82-2/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Sun, 19 Jun 2016 12:45:00 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเงิน/ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[Co-living Space]]></category>
		<category><![CDATA[Co-working Space]]></category>
		<category><![CDATA[startup]]></category>
		<category><![CDATA[ธุรกิจ]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.itisablogsite.com/?p=99</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายๆคนที่อยู่ในวงการ Startup คงรู้จัก Co-working Space กันเป็นอย่างดีแล้ว แต่สำหรับคนไม่รู้จัก Co-working Space ก็คือสถานที่ทำงาน คล้ายๆ office นั่นแหละครับ เพียงแต่ว่า startup ส่วนใหญ่ก็เริ่มจากไอเดียดีๆ กับคอมพิวเตอร์สักตัว จะให้ไปเช่า office สร้างสำนักงานเลยก็คงไม่ไหว ครั้นจะทำอยู่ห้อง บรรยากาศก็ไม่เป็นใจ ชวนให้นอนซะมากกว่าทำงาน หรือจะไปนั่งทำร้านกาแฟ ไปนั่งนานๆ ทำทุกๆวันก็คงโดนเจ้าของร้านค้อนมาบ้าง ยิ่งมีทีมไปทำกันหลายๆคน หรือมีอุปกรณ์ที่ต้องมานั่งโมกันสักหน่อยระหว่างทำงาน จะไปนั่งร้านกาแฟก็คงไม่เหมาะ Co-working Space จึงเป็นสถานที่ทำงานที่เป็นเหมือน office ของเหล่า Startup มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการทำงานอย่างครบครัน แต่พื้นที่ทำงานนี้เป็นพื้นที่ส่วนรวม ทำให้ค่าใช้บริการนั้นถูกกว่าเราไปเช่า office เองมาก และการที่มันเป็นพื้นที่ส่วนรวม ทำให้เหล่า startup เกิดการแชร์ไอเดีย ทักษะ และประสบการณ์ให้แก่กันอีกด้วย ซึ่งจริงๆแล้ว Co-working...</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/co-living-space-%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%82-2/">Co-living Space สถานที่ทำงานที่เข้มข้นกว่า Co-working Space</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลายๆคนที่อยู่ในวงการ Startup คงรู้จัก Co-working Space กันเป็นอย่างดีแล้ว แต่สำหรับคนไม่รู้จัก Co-working Space ก็คือสถานที่ทำงาน คล้ายๆ office นั่นแหละครับ เพียงแต่ว่า startup ส่วนใหญ่ก็เริ่มจากไอเดียดีๆ กับคอมพิวเตอร์สักตัว จะให้ไปเช่า office สร้างสำนักงานเลยก็คงไม่ไหว ครั้นจะทำอยู่ห้อง บรรยากาศก็ไม่เป็นใจ ชวนให้นอนซะมากกว่าทำงาน หรือจะไปนั่งทำร้าน<span id="more-99"></span>กาแฟ ไปนั่งนานๆ ทำทุกๆวันก็คงโดนเจ้าของร้านค้อนมาบ้าง ยิ่งมีทีมไปทำกันหลายๆคน หรือมีอุปกรณ์ที่ต้องมานั่งโมกันสักหน่อยระหว่างทำงาน จะไปนั่งร้านกาแฟก็คงไม่เหมาะ Co-working Space จึงเป็นสถานที่ทำงานที่เป็นเหมือน office ของเหล่า Startup มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการทำงานอย่างครบครัน แต่พื้นที่ทำงานนี้เป็นพื้นที่ส่วนรวม ทำให้ค่าใช้บริการนั้นถูกกว่าเราไปเช่า office เองมาก และการที่มันเป็นพื้นที่ส่วนรวม ทำให้เหล่า startup เกิดการแชร์ไอเดีย ทักษะ และประสบการณ์ให้แก่กันอีกด้วย ซึ่งจริงๆแล้ว Co-working Space ก็ไม่ได้จำกัดเฉพาะ Startup จะเป็น freelance หรือคนที่อยากพื้นที่นั่งทำงานก็ได้</p>
<p>สำหรับ Co-working Space ในไทยนั้นมีมากมายหลายที่ และในช่วงปี 2014-2016 นี้ มี Co-working Space เกิดขึ้นเยอะมากเป็นประวัติการณ์ แต่ Co-working Space ที่เก่าแก่ และมีชื่อเสียงสักหน่อยก็จะมี<span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #0000ff;"> <a style="color: #0000ff; text-decoration: underline;" href="https://www.facebook.com/hubbathailand/">Hubba</a> </span></strong></span>หรือถ้าใครเป็นสาย hardware โหดๆหน่อย ก็จะมี <span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #0000ff;"><a style="color: #0000ff; text-decoration: underline;" href="https://www.facebook.com/makerspaceth/">Makerspace</a></span></strong></span> ที่เชียงใหม่</p>
<p>สำหรับผู้ที่สนใจเรื่อง Co-working Space สามารถอ่านเพิ่มเติมได้โดย<span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #0000ff;"><strong><a style="color: #0000ff; text-decoration: underline;" href="http://www.coworkingthai.com/content/6519/coworking-space-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3-coworking-%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87-?">คลิกที่นี่</a></strong></span></span></p>
<p>อย่างไรก็ดี แม้ Co-working Space จะมีข้อดีหลายอย่าง แต่ก็ยังคงมีข้อจำกัดอยู่ เช่น ถ้าคุณต้องการพื้นที่ปริมาณมาก อย่างงานสร้าง Hardware ชิ้นใหญ่สักชิ้น หรือสาย Maker ที่ไอเดียจะแล่นตอนดึกๆหลังตี 2 หรืองานที่ต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานเยอะๆ เช่น super high-speed internet high-end graphic high-end computer PC การใช้ Co-working Space จึงไม่เหมาะ แต่อย่างไรก็ตาม การสร้างนวัตกรรมหลายๆอย่างก็จำเป็นต้องใช้สิ่งเหล่านี้ แต่ก็ต้องการความเป็น community แบบ Co-working Space ด้วย จึงทำให้เกิด Co-living (for working) Space ขึ้นมา ดังที่เราจะได้ยินคำว่า หมู่บ้าน Startup หรือชุมชนนวัตกรรม อะไรทำนองนี้ในต่างประเทศ ซึ่ง Co-living Space จัดเป็น Co-working Space รูปแบบหนึ่ง แต่จะเป็นอะไรที่ Hardcore กว่า เพราะจะมีกินนอนอยู่ใน Co-living Space เลย ลักษณะจะเป็นบ้านพักที่มาทำงานร่วมกันกับทีมได้ตลอด 24  ชม.</p>
<p><img decoding="async" data-attachment-id="105" data-permalink="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/co-living-space-%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%82-2/attachment/startup-593341_960_720/" data-orig-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/startup-593341_960_720.jpg" data-orig-size="960,640" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;0&quot;}" data-image-title="startup-593341_960_720" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/startup-593341_960_720-300x200.jpg" data-large-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/startup-593341_960_720.jpg" class="aligncenter size-full wp-image-105" src="http://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/startup-593341_960_720.jpg" alt="startup-593341_960_720" width="960" height="640" srcset="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/startup-593341_960_720.jpg 960w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/startup-593341_960_720-300x200.jpg 300w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/startup-593341_960_720-768x512.jpg 768w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/startup-593341_960_720-480x320.jpg 480w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p>ลองคิดดูสิครับว่า ถ้าคุณมีสถานที่ทำงานที่สามารถทำงานได้ตลอด 24 ชม. ทำกับข้าวกินกันเองได้ จัดงานปาร์ตี้เล็กๆด้วยกันได้ มีพื้นที่สาธารณะ มีสวนร่มรื่น มีสระว่ายน้ำ อยู่ใกล้ร้านกาแฟ และบาร์ มันจะดีขนาดไหน อย่างไรก็ตาม Co-living Space ก็มีข้อเสียอยู่บ้าง เช่น เสียความเป็นส่วนตัว และยังสู้ Co-working Space แบบดั้งเดิมไม่ได้ตรงที่ การย้ายที่ทำงานหรือเปลี่ยนที่การทำงานในแต่ละครั้ง สามารถทำได้ไม่สะดวกเท่า</p>
<p>สำหรับในประเทศไทยนั้น มีความพยายามที่จะสร้างย่านนวัตกรรม (Innovation District) โดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ซึ่งมีองค์ประกอบหลากหลาย(เช่น ผู้สร้างองค์ความความรู้ ผู้สร้างสรรค์ ผู้ทดสอบการใช้งาน)ที่ช่วยส่งเสริมในการสร้างนวัตกรรม คล้ายๆกับโมเดล silicon valley ของอเมริกา และสามารถรองรับ Startup ประเภท Hardcore Technology ได้ สำหรับรายละเอียดเรื่องย่านนวัตกรรม (Innovation District) สามารถอ่านเพิ่มเติมได้โดย<strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #0000ff;"><a style="color: #0000ff; text-decoration: underline;" href="http://www.nia.or.th/innovationdistrict/">คลิกที่นี่</a></span></span></strong><span style="color: #000000;"> </span> และในย่านนวัตกรรม ก็ประกอบไปด้วย Startup Village ของ ม.มหิดลด้วย สำหรับใครที่สนใจจะไปอยู่ใน Startup Village ของ ม.มหิดล สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้โดย<span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #0000ff;"><a style="color: #0000ff; text-decoration: underline;" href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1386383278056757&amp;set=a.338427869518975.96603.100000552957076&amp;type=3">คลิกที่นี่</a></span></strong></span>ครับ</p>
<p><img decoding="async" data-attachment-id="98" data-permalink="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/co-living-space-%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%82-2/attachment/13427737_1471096176252133_454940713108262132_n/" data-orig-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/13427737_1471096176252133_454940713108262132_n.jpg" data-orig-size="960,720" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;0&quot;}" data-image-title="13427737_1471096176252133_454940713108262132_n" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/13427737_1471096176252133_454940713108262132_n-300x225.jpg" data-large-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/13427737_1471096176252133_454940713108262132_n.jpg" class="aligncenter size-full wp-image-98" src="http://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/13427737_1471096176252133_454940713108262132_n.jpg" alt="13427737_1471096176252133_454940713108262132_n" width="960" height="720" srcset="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/13427737_1471096176252133_454940713108262132_n.jpg 960w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/13427737_1471096176252133_454940713108262132_n-300x225.jpg 300w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/13427737_1471096176252133_454940713108262132_n-768x576.jpg 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /><br />
ขอบคุณรูปภาพและเนื้อหาบางส่วนจาก <span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #0000ff;"><a style="color: #0000ff; text-decoration: underline;" href="https://www.facebook.com/teerakiat.kerdcharoen">Teerakiat Kerdcharoen</a></span></strong></span><br />
URL รูปภาพ<span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;"><strong> <a style="color: #0000ff; text-decoration: underline;" href="https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1471096176252133&amp;set=a.1325933184101767.1073741868.100000552957076&amp;type=3&amp;theater">https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1471096176252133&amp;set=a.1325933184101767.1073741868.100000552957076&amp;type=3&amp;theater</a></strong></span></p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/co-living-space-%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%82-2/">Co-living Space สถานที่ทำงานที่เข้มข้นกว่า Co-working Space</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/co-living-space-%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%82-2/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">99</post-id>	</item>
		<item>
		<title>Next Bank คืออะไร</title>
		<link>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/next-bank-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
					<comments>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/next-bank-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 10 Jun 2016 17:40:14 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การเงิน/ธุรกิจ]]></category>
		<category><![CDATA[next bank]]></category>
		<category><![CDATA[startup]]></category>
		<category><![CDATA[การเงิน]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.itisablogsite.com/?p=30</guid>

					<description><![CDATA[<p>หลายๆคนคงเคยได้ยินคำว่า Next Bank กันมาบ้าง แต่คำๆนี้ก็ยังคงเป็นคำใหม่สำหรับหลายๆคน แต่คาดว่าในอนาคตทุกคนคงจะได้ยินมันบ่อยขึ้นและถี่ขึ้นอย่างแน่นอน คำว่า Next Bank นั้น มีที่มาจากต่างประเทศ ปัจจุบันมีอยู่ใน 27 ประเทศทั่วโลก หากจะให้อธิบายคำว่า Next Bank ให้เข้าใจง่ายๆก็คือ เป็นชื่อของกลุ่มคน หรือ community ที่มีพลังและความสามารถ มีศักยภาพที่จะกำหนดและเปลี่ยนแปลงระบบการเงินและการธนาคารได้ และคนเหล่านี้จะช่วยกันมองหาว่าในอนาคตอุตสาหกรรมการเงินจะเป็นอย่างไร ประกอบไปด้วย 3 ส่วนคือ 1.Banker Banker คือ ธนาคารต่างๆ  หรือพวกบริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งกลุ่มนี้นับว่าเป็นขั้วอำนาจเก่า ควบคุมการเงินและการธนาคารโลกมาช้านาน คนกลุ่มนี้จะมีข้อมูลของลูกค้า และผู้คนจำนวน มองเห็นการเคลื่อนไหวของเงิน และตราสารต่างๆตลอดเวลา ทำให้มองเห็นภาพกว้างของระบบ เหมือนอยู่บนยอดเขา 2.Startup หากจะให้พูดถึง Startup คงหนีไม่พ้น Fintech...</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/next-bank-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/">Next Bank คืออะไร</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>หลายๆคนคงเคยได้ยินคำว่า Next Bank กันมาบ้าง แต่คำๆนี้ก็ยังคงเป็นคำใหม่สำหรับหลายๆคน แต่คาดว่าในอนาคตทุกคนคงจะได้ยินมันบ่อยขึ้นและถี่ขึ้นอย่างแน่นอน</p>
<p>คำว่า Next Bank นั้น มีที่มาจากต่างประเทศ ปัจจุบันมีอยู่ใน 27 ประเทศทั่วโลก หากจะให้อธิบายคำว่า Next Bank ให้เข้าใจง่ายๆก็คือ เป็นชื่อของกลุ่มคน หรือ community ที่มีพลังและความสามารถ มีศักยภาพที่จะกำหนดและเปลี่ยนแปลงระบบการเงินและการธนาคารได้ และคนเหล่านี้จะช่วยกันมองหาว่าในอนาคตอุตสาหกรรมการเงินจะเป็นอย่างไร ประกอบไปด้วย 3 ส่วนคือ<span id="more-30"></span></p>
<h4>1.Banker</h4>
<p>Banker คือ ธนาคารต่างๆ  หรือพวกบริษัทหลักทรัพย์ ซึ่งกลุ่มนี้นับว่าเป็นขั้วอำนาจเก่า ควบคุมการเงินและการธนาคารโลกมาช้านาน คนกลุ่มนี้จะมีข้อมูลของลูกค้า และผู้คนจำนวน มองเห็นการเคลื่อนไหวของเงิน และตราสารต่างๆตลอดเวลา ทำให้มองเห็นภาพกว้างของระบบ เหมือนอยู่บนยอดเขา</p>
<h4>2.Startup</h4>
<p>หากจะให้พูดถึง Startup คงหนีไม่พ้น Fintech ซึ่งคอยสร้างนวัตกรรมใหม่ๆแก่วงการการเงินและการธนาคาร และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมการเงินมาแล้วไม่น้อยกว่า 20 ปี ข้อดีของ Startup คือเหมือนคนตัวเล็กๆ แต่วิ่งเร็ว ทำเร็ว สร้างอะไรใหม่ๆได้ตลอด ในขณะที่ธนาคารเหมือนคนที่อยู่ที่สูง ตัวใหญ่ เดินช้า ส่วน Startup นั้นแม้ไม่ได้อยู่สูงจนมองเห็นภาพใหญ่เหมือนธนาคาร แต่ก็เหมือนคนอยู่ด้านล่างที่ใกล้ชิดกับประชาชนจริงๆ ทำให้รับรู้ และเข้าใจความต้องการจริงๆของคนส่วนใหญ่มากกว่านั่นเอง ซึ่งตรงจุดนี้เองที่ธนาคารและ Startup สามารถเติมเต็มให้กันและกันได้</p>
<h4>3.Policy Maker</h4>
<p>Policy Maker คือผู้กำหนดนโยบาย เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย, รัฐบาล ซึ่งคนกลุ่มนี้ทำหน้าที่ออกและกำหนดนโยบายต่างๆ</p>
<p>จะเห็นได้ว่าแม้ว่าที่ผ่านมา Fintech จะสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเงินและธนาคารอย่างไร ธนาคารก็ยังคงอยู่อย่างมั่นคง (แต่หลังๆมา โดยเฉพาะในปีนี้ ต้องยอมว่า blockchain สามารถสั่นคลอนความมั่นคงของธนาคารได้อย่างหนักแบบที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน) ส่วนนึงก็ต้องยอมรับในความสามารถในการปรับตัว และเปิดรับอะไรใหม่ๆอยู่ตลอดเวลาของธนาคาร ในขณะเดียวกัน ธนาคารกับ Fintech ก็อยู่กับแบบได้ประโยชน์ร่วมกัน มากกว่าจะมาทำลายล้างกัน เพราะทั้งคู่ ต่างมีจุดเด่นที่สามารถเติมเต็มให้กันได้ ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น เมื่อทั้ง 2 มารวมกับ Policy Maker หรือผูู้กำหนดนโยบายซึ่งสามารถเห็นภาพรวมของทั้งประเทศ และมีอำนาจในการออกและกำหนดนโยบาย ทำให้เกิด Next Bank ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสามารถในการมองเห็นอนาคตของอุตสาหกรรมการเงินนั่นเอง</p>
<p><img decoding="async" data-attachment-id="31" data-permalink="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/next-bank-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/attachment/euro-447209_960_720/" data-orig-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/euro-447209_960_720.jpg" data-orig-size="960,640" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;0&quot;}" data-image-title="euro-447209_960_720" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/euro-447209_960_720-300x200.jpg" data-large-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/euro-447209_960_720.jpg" class="aligncenter wp-image-31 size-full" src="http://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/euro-447209_960_720.jpg" alt="euro-447209_960_720" width="960" height="640" srcset="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/euro-447209_960_720.jpg 960w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/euro-447209_960_720-300x200.jpg 300w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/euro-447209_960_720-768x512.jpg 768w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/euro-447209_960_720-480x320.jpg 480w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<div id="fb-root"></div>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/next-bank-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/">Next Bank คืออะไร</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88/next-bank-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">30</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
