<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Superbug Archives - A blog</title>
	<atom:link href="https://www.itisablogsite.com/tag/superbug/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.itisablogsite.com/tag/superbug/</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 03 Aug 2016 09:02:38 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.8.3</generator>

<image>
	<url>https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/06/cropped-ablog-1-32x32.png</url>
	<title>Superbug Archives - A blog</title>
	<link>https://www.itisablogsite.com/tag/superbug/</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
<site xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">112643113</site>	<item>
		<title>Superbug เชื้อดื้อยาที่ยากจะรักษา</title>
		<link>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c/superbug-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b1/</link>
					<comments>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c/superbug-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b1/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[Admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Thu, 07 Jul 2016 21:11:08 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[การแพทย์]]></category>
		<category><![CDATA[Superbug]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อดื้อยา]]></category>
		<guid isPermaLink="false">http://www.itisablogsite.com/?p=171</guid>

					<description><![CDATA[<p>เป็นไข้ ทำไมหมอไม่จ่ายยาแก้อักเสบ ปวดหัว ทำไมหมอไม่จ่ายยาแก้อักเสบ เจ็บคอ ทำไมหมอไม่จ่ายยาแก้อักเสบ และยาแก้อักเสบที่คนไข้อยากได้นั้น ก็ต้องเป็นเม็ดแคปซูลสีเขียวฟ้ามั่ง สีดำแดงมั่ง และอื่นๆ ซึ่งท่านรู้ไหมว่า ทำไมหมอถึงไม่จ่าย และท่านรู้ไหมว่ามันไม่ใช่ยาแก้อักเสบ คำว่ายาแก้อักเสบที่คนทั่วไปเข้าใจจะหมายถึงยาฆ่าเชื้อ แต่ในวงการแพทย์ เค้าไม่เรียกยาฆ่าเชื้อว่ายาแก้อักเสบนะครับ ยาฆ่าเชื้อในหลายๆครั้งเรียกว่ายาปฏิชีวนะ หรือเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า antibiotics อย่างไรก็ดีคำว่ายาฆ่าเชื้อนั้นครอบคลุมกว่า เพราะยาฆ่าเชื้อบางตัวไม่ได้จัดว่าเป็นยาปฏิชีวนะก็มี แต่ยาแก้อักเสบ ในวงการแพทย์เค้าจะหมายถึงยาที่สามารถลดอาการ ปวด บวม แดง ร้อน ซึ่งมักจะหมายถึงยาในกลุ่ม NSAIDs หรือยากลุ่ม Steroid ซะเป็นส่วนมาก ส่วนที่ว่าทำไมหมอไม่จ่ายนั้น นั่นก็อาจเป็นเพราะหมอเค้าเห็นว่ายังไม่จำเป็น และอาจทำให้เชื้อดื้อยานั่นเอง การใช้ยาฆ่าเชื้อโดยที่ไม่จำเป็นนั้นจะทำให้เชื้อดื้อยาเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และที่แน่ๆตอนนี้มันรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์กันไว้มาก และในตอนนี้ ได้เกิดเชื้อดื้อยาอย่างสมบูรณ์แบบ หรือใกล้สมบูรณ์แบบที่เรียกว่า Superbug ขึ้นมาแล้ว จริงๆแล้วเรื่องเชื้อดื้อยาผมเคยเขียนไว้แล้วครั้งนึง เรื่อง เชื้อดื้อยา กับการคัดเลือกตามธรรมชาติ แต่ในบทความนี้จะพูดในแง่มุมที่ต่างออกไปนะครับ Superbug คืออะไร...</p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c/superbug-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b1/">Superbug เชื้อดื้อยาที่ยากจะรักษา</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นไข้ ทำไมหมอไม่จ่ายยาแก้อักเสบ</p>
<p>ปวดหัว ทำไมหมอไม่จ่ายยาแก้อักเสบ</p>
<p>เจ็บคอ ทำไมหมอไม่จ่ายยาแก้อักเสบ</p>
<p>และยาแก้อักเสบที่คนไข้อยากได้นั้น ก็ต้องเป็นเม็ดแคปซูลสีเขียวฟ้ามั่ง สีดำแดงมั่ง และอื่นๆ</p>
<p>ซึ่งท่านรู้ไหมว่า ทำไมหมอถึงไม่จ่าย และท่านรู้ไหมว่ามันไม่ใช่ยาแก้อักเสบ<span id="more-171"></span></p>
<p>คำว่ายาแก้อักเสบที่คนทั่วไปเข้าใจจะหมายถึงยาฆ่าเชื้อ แต่ในวงการแพทย์ เค้าไม่เรียกยาฆ่าเชื้อว่ายาแก้อักเสบนะครับ ยาฆ่าเชื้อในหลายๆครั้งเรียกว่ายาปฏิชีวนะ หรือเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า antibiotics อย่างไรก็ดีคำว่ายาฆ่าเชื้อนั้นครอบคลุมกว่า เพราะยาฆ่าเชื้อบางตัวไม่ได้จัดว่าเป็นยาปฏิชีวนะก็มี แต่ยาแก้อักเสบ ในวงการแพทย์เค้าจะหมายถึงยาที่สามารถลดอาการ ปวด บวม แดง ร้อน ซึ่งมักจะหมายถึงยาในกลุ่ม NSAIDs หรือยากลุ่ม Steroid ซะเป็นส่วนมาก</p>
<p>ส่วนที่ว่าทำไมหมอไม่จ่ายนั้น นั่นก็อาจเป็นเพราะหมอเค้าเห็นว่ายังไม่จำเป็น และอาจทำให้เชื้อดื้อยานั่นเอง การใช้ยาฆ่าเชื้อโดยที่ไม่จำเป็นนั้นจะทำให้เชื้อดื้อยาเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และที่แน่ๆตอนนี้มันรวดเร็วกว่าที่คาดการณ์กันไว้มาก และในตอนนี้ ได้เกิดเชื้อดื้อยาอย่างสมบูรณ์แบบ หรือใกล้สมบูรณ์แบบที่เรียกว่า Superbug ขึ้นมาแล้ว</p>
<p>จริงๆแล้วเรื่องเชื้อดื้อยาผมเคยเขียนไว้แล้วครั้งนึง เรื่อง <span style="text-decoration: underline; color: #0000ff;"><strong><a style="color: #0000ff; text-decoration: underline;" href="http://www.itisablogsite.com/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%8C/%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B2-%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A5/">เชื้อดื้อยา กับการคัดเลือกตามธรรมชาติ</a></strong></span><span style="color: #000000;"> <span style="color: #333333;">แต่ในบทความนี้จะพูดในแง่มุมที่ต่างออกไปนะครับ</span></span></p>
<h2>Superbug คืออะไร</h2>
<p>สำหรับคำว่า Superbug นั้นมาจากคำว่า bug ซึ่ง bug ในการแพทย์เป็นศัพท์แสลงหมายถึงเชื้อโรค ซึ่งเชื้อที่ก่อโรคในร่างกายเรานั้นมี 4 พวกคือเชื้อ แบคทีเรีย เชื้อรา พยาธิ และไวรัส คำว่า Superbug จึงหมายถึงเชื้อดื้อยาเยอะและรุนแรงมาก ซึ่งดื้อยาเกือบทุกชนิดหรือแทบจะทุกชนิดเลยก็ว่าได้ แต่คำว่า Superbug ที่ใช้กันอยู่ ณ ตอนนี้จะหมายถึงเชื้อแบคทีเรียเป็นหลัก เพราะตอนนี้เชื้อที่มีปัญหาดื้อยารวดเร็วและรุนแรงคือเชื้อแบคทีเรีย ส่วนเชื้อเชื้อราและพยาธิมักไม่ค่อยมีปัญหาเชื้อดื้อยา อาจเป็นเพราะเราไม่ค่อยได้ใช้ยาฆ่าเชื้อพวกเชื้อราและพยาธิบ่อยนัก แล้วตัวเชื้อเองก็ไม่ได้มีการปรับตัวและสร้างยีนดื้อยาได้เร็วเท่าแบคทีเรีย ส่วนไวรัสนั้น เรายังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัส แต่เรามียาต้านไวรัส ซึ่งช่วยรักษาโรคที่เกิดจากไวรัสได้ อย่างไรก็ดี ไวรัสก็มีพบการดื้อยาบ้าง มักพบในผู้ป่วย HIV ที่ทานยาไม่ตรงเวลา หรือไม่ยอมทานยาต่อเนื่อง แต่ยังไม่ได้ดื้อยาถึงขั้นเป็น Superbug คำว่าจึงหมายถึงแบคทีเรียดื้อยาเป็นหลัก</p>
<h2>รู้ว่าเชื้อดื้อยา ทำไมไม่เร่งวิจัยยา</h2>
<p>หากเรามองยาเป็นสินค้า ก็คงจะไม่ผิดนักที่จะพูดว่ายาก็เป็นสินค้าที่มีการควบคุมอย่างเข้มงวดมากที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง การวิจัยและพัฒนายาสักตัวไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านการทดลองฤทธิ์ในหลอดทดลอง ทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยง ทดลองในสัตว์ทดลอง ทดลองในอาสาสมัครขนาดเล็ก แล้วค่อยๆทดสอบในอาสาสมัครกลุ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนมั่นใจได้ว่ายาตัวนั้นมีประสิทธิภาพจริงๆ มีประสิทธิภาพที่ดีกว่ายาตัวก่อน (หรือไม่ก็ต้องมีข้อดีมากกว่าสักอย่าง) มีความพิษทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ จากนั้นจึงพัฒนาสูตรตำรับและขึ้นทะเบียน ซึ่งกระบวนการพัฒนานี้ใช้เงินและเวลามหาศาล ในการพัฒนายาตัวนึงมีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านเหรียญ และใช้เวลาอย่างน้อย 10 ปี โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15 ปี ดังนั้นจึงไม่แปลก ที่การพัฒนาของยา จะไม่ทันการพัฒนาของเชื้อโรค อีกทั้งบริษัทยาเอง ก็ไม่ค่อยอยากทุ่มเงินไปกับการวิจัยยาฆ่าเชื้อ เนื่องจากยาฆ่าเชื้อ เมื่อออกสู่ท้องตลาดแล้ว กว่าจะได้ขายในตลาด mass ต้องรอนาน ดีไม่ดียาหมดสิทธิบัตรซะก่อนจึงได้ขาย เพราะต้องมีการกันยาตัวใหม่ไว้เป็นไม้ตายเวลาเจอเจ้า Superbug เนี่ยแหละ ทำให้ยาในกลุ่มยาฆ่าเชื้อทำกำไรได้น้อยกว่ายาที่ผู้ป่วยต้องกินต้องใช้เป็นประจำ อย่างพวกยาเบาหวาน ความดันมาก</p>
<p>แม้ว่าการวิจัยยาจะใช้เวลานาน และบริษัทยาไม่ค่อยอยากวิจัยกันเท่าไรนัก แต่ก็พอมีทางออกอยู่บ้าง เพราะว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ Superbug เป็นปัญหาระดับโลก กฏต่างๆจะผ่อนคลายลงเพื่อให้เอื้อต่อการวิจัยและพัฒนาให้สามารถทำได้เร็วขึ้น เหมือนยาเอดส์และยามะเร็งที่ใช้เวลาในการวิจัยเฉลี่ยอยู่ที่ 6-8 ปี แต่ก็ต้องแลกมากับข้อมูลความปลอดภัยที่ไม่ครบถ้วนเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม ถ้าถึงวันนั้นแล้ว ความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยที่อาจน้อยลงก็เป็นอะไรที่ยอมรับได้ เมื่อพิจารณาจากความคุ้มค่าจากการที่ต้องสูญเสียไปกับเชื้อดื้อยา และเมื่อมันกลายเป็นปัญหาระดับโลก บวกกับกฏต่างๆผ่อนคลายลงบริษัทยาก็จะมีความสนใจในการวิจัยและพัฒนายาในกลุ่มนี้มากขึ้น เพราะใช้ต้นทุนที่น้อยลง แต่ขายได้ราคาสูงขึ้น</p>
<h2>สถานการณ์ Superbug ตอนนี้เป็นอย่างไร</h2>
<p>ตอนนี้ที่เป็นข่าวดังๆ มีพบที่จีนและอเมริกา อย่างไรก็ดีตอนนี้เชื้อ Superbug ยังมีไม่เยอะถึงขั้นเป็นวิกฤตการณ์ระดับโลก แต่หากเป็นเช่นนี้ต่อไป อีกไม่นานจะมี Superbug เกินกว่าที่จะรับมือไหว</p>
<h2>Superbug เกิดขึ้นได้อย่างไร</h2>
<p>เชื้อแบคทีเรียก็เหมือนสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด เพราะฉะนั้นเวลามันเจอกับยา มันก็ต้องมีตัวที่ตาย และตัวที่แข็งแรงที่อยู่รอดได้ แล้วเจ้าตัวที่อยู่รอด พอมันแพร่พันธุ์ รุ่นลูก รุ่นหลานของมันก็กลายเป็นเชื้อดื้อยา ยาแต่ละตัวนั้นมีอวัยวะเป้าหมายที่มันจะเข้าไปฆ่าเชื้อได้ไม่เหมือนกัน คือยามีการ distribution ไปคนละส่วนของร่างกายไม่เหมือนกัน และไม่มียาตัวไหนฆ่าเชื้อทุกตัวได้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากจะมีเชื้อโรคหลงเหลือในส่วนอื่นที่ยาไปไม่ถึง หรือฆ่าไม่ได้ ทำให้มีเชื้อโรคที่รอดตายและเมื่อสัมผัสกับยาบ่อยๆก็พัฒนาตัวเองเป็นเชื้อดื้อยา ดังนั้นยิ่งเราใช้ยาฆ่าเชื้อมาก ก็ยิ่งพบเชื้อดื้อยามากขึ้นตามไปด้วย</p>
<h2>จะแก้ปัญหาเชื้อดื้อยา หรือ Superbug ได้อย่างไร</h2>
<p>การแก้ปัญหา Superbug คือใช้ยาฆ่าเชื้อ หรือยาปฏิชีวนะให้น้อยที่สุด ใช้ยาเท่าที่จำเป็นเท่านั้น ไม่ใช้อย่างพร่ำเพรื่อ ไม่ใช่เฉพาะกับแพทย์เท่านั้น ตัวคนไข้เองก็ต้องใช้ยาให้ถูกต้อง ปัญหาของบ้านเราคือ เวลาเราป่วย เราชอบขอยาแก้อักเสบ (ซึ่งยาแก้อักเสบในความหมายของคนทั่วไปคือยาปฏิชีวนะ) เมื่อได้มาแล้ว ก็กินยาไม่ครบ มักจะกินพออาการทุเลาเท่านั้น พออาการเจ็บป่วยหายไปก็หยุดทาน วนไปอย่างนี้ จนเกิดเชื้อดื้อยารุนแรงในที่สุด และเมื่อเราติดเชื้อจากคนที่มีเชื้อดื้อยา ก็ทำให้เราติดเชื้อดื้อยาไปด้วย ระลึกไว้เสมอว่า ยาปฏิชีวนะ ใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น และต้องใช้ให้ถูกต้อง</p>
<p>การแก้ปัญหาเชื้อดื้อยา ไม่ใช่แก้เฉพาะในวงการแพทย์เท่านั้น แต่รวมถึงภาคการเกษตร และปศุสัตว์ที่มีการใช้ยาปฏิชีวนะด้วย ผมไม่ทราบว่าทางฝั่งภาคการเกษตร และปศุสัตว์มีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไร  แต่เท่าที่ทราบ การดื้อยาในสัตว์พบสูงกว่า 90% ซึ่งสถานการณ์รุนแรงกว่าคนมาก</p>
<h2>จะเกิดอะไรขึ้นหากมี Superbug มากๆ</h2>
<p>เอาจริงๆ คงไม่มีใครรู้อนาคตหรอกครับ แต่ถ้าให้เดา สถานการณ์ มันก็คงไม่ต่างอะไรจากตอนเราไม่มียาปฏิชีวนะ ผมมีรูปนึงให้ดูครับ</p>
<figure style="width: 550px" class="wp-caption aligncenter"><img fetchpriority="high" decoding="async" src="https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/b/b7/Population_curve.svg/550px-Population_curve.svg.png" alt="File:Population curve.svg" width="550" height="325" /><figcaption class="wp-caption-text">รูปภาพจาก <span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #0000ff;"><strong><a style="color: #0000ff; text-decoration: underline;" href="https://en.wikipedia.org/wiki/File:Population_curve.svg">https://en.wikipedia.org/wiki/File:Population_curve.svg</a></strong></span></span></figcaption></figure>
<p>รูปนี้แสดงปริมาณของประชากรโลก จะเห็นได้ว่ามนุษย์พึ่งจะมีประชากรประมาณ 1 ล้านคน ในช่วงประมาณปี ค.ศ. 1700 &#8211; 1800 เท่านั้นเอง แล้วพอหลังจากที่เราค้นพบยาปฏิชีวนะและใช้ยาปฏิชีวนะอย่างแพร่หลายในช่วงประมาณปี ค.ศ.1940 จำนวนประชากรโลกก็เพิ่มขึ้นเป็น 7000 ล้านคน แบบนี้น่าจะพอบอกใบ้เราได้คร่าวๆนะครับ ว่าในวันที่เราไม่มียาปฏิชีวนะอีกต่อไป เราต้องสูญเสียมากมายขนาดไหน</p>
<div class="fb-video" data-allowfullscreen="true" data-href="https://www.facebook.com/mahidolchannel/videos/1112923682097886/" style="background-color: #fff; display: inline-block;"></div>
<p style="text-align: center;">ขอบคุณ Video จาก <span style="text-decoration: underline;"><strong><span class="fwn fcg" style="color: #0000ff;"><span class="fwb fcg" data-ft="{&quot;tn&quot;:&quot;k&quot;}"><a style="color: #0000ff; text-decoration: underline;" href="https://www.facebook.com/mahidolchannel/?fref=nf" data-hovercard="/ajax/hovercard/page.php?id=435245623199032&amp;extragetparams=%7B%22fref%22%3A%22nf%22%7D">Mahidol Channel</a></span></span></strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><img decoding="async" data-attachment-id="174" data-permalink="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c/superbug-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b1/attachment/monster-701992_960_720/" data-orig-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/07/monster-701992_960_720.jpg" data-orig-size="960,678" data-comments-opened="1" data-image-meta="{&quot;aperture&quot;:&quot;0&quot;,&quot;credit&quot;:&quot;&quot;,&quot;camera&quot;:&quot;&quot;,&quot;caption&quot;:&quot;&quot;,&quot;created_timestamp&quot;:&quot;0&quot;,&quot;copyright&quot;:&quot;&quot;,&quot;focal_length&quot;:&quot;0&quot;,&quot;iso&quot;:&quot;0&quot;,&quot;shutter_speed&quot;:&quot;0&quot;,&quot;title&quot;:&quot;&quot;,&quot;orientation&quot;:&quot;0&quot;}" data-image-title="Superbug-monster" data-image-description="" data-image-caption="" data-medium-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/07/monster-701992_960_720-300x212.jpg" data-large-file="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/07/monster-701992_960_720.jpg" class="aligncenter size-full wp-image-174" src="http://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/07/monster-701992_960_720.jpg" alt="Superbug monster" width="960" height="678" srcset="https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/07/monster-701992_960_720.jpg 960w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/07/monster-701992_960_720-300x212.jpg 300w, https://www.itisablogsite.com/wp-content/uploads/2016/07/monster-701992_960_720-768x542.jpg 768w" sizes="(max-width: 960px) 100vw, 960px" /></p>
<p>The post <a href="https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c/superbug-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b1/">Superbug เชื้อดื้อยาที่ยากจะรักษา</a> appeared first on <a href="https://www.itisablogsite.com">A blog</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://www.itisablogsite.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b9%8c/superbug-%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b0%e0%b8%a3%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
		<post-id xmlns="com-wordpress:feed-additions:1">171</post-id>	</item>
	</channel>
</rss>
