FAS หน่วยสืบราชการลับแห่งวงการเกษตรอเมริกา

ในเมืองไทย อาชีพเกษตรกร ถูกมองว่าเป็นอาชีพที่ยากจน แต่ที่อเมริกา เกษตรกรคืออาชีพทำเงินอาชีพหนึ่งเลยทีเดียว มีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้ความเป็นอยู่ของเกษตรกร 2 ประเทศนี้แตกต่างกัน หนึ่งในปัจจัยนั้นคือการสนับสนุนจากภาครัฐ อันที่จริง ไทยเองก็มีการสนับสนุนจากภาครัฐไม่ได้น้อย เพียงแต่ว่าแนวคิด ระบบการทำงาน และประสิทธิภาพการทำงานนั้น ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ส่วนนึงก็ต้องโทษความล้มเหลวของระบบราชการไทย อีกส่วนนึงก็มาจากธรรมชาติของระบบการเกษตรบ้านเราด้วย ยกตัวอย่างเช่น บ้านเรามีเกษตรกร 25% อเมริกามี 3% ของจำนวนประชากร เกษตรกรอเมริกามีความรู้ มีเทคโนโลยี เหนือกว่าเกษตรกรไทยมาก เกษตรกรอเมริกามีที่ดิน และเงินทุนจำนวนมาก ซึ่งเทียบกันแล้วก็ระดับเดียวกับนายหัวหรือพ่อเลี้ยงของไทยเลยทีเดียว เมืองไทย ใครใคร่ปลูกอะไร ตรงไหน ขอเป็นที่ดินของตัวเองก็ทำได้ ของอเมริกาใครจะเป็นเกษตรกรได้ต้องเป็นผู้ที่ได้รับการจดทะเบียนจากภาครัฐเท่านั้น ไม่ใช่ใครอยากเป็นก็เป็นได้ (ไม่มีแบบหยุดงาน ตกงาน แล้วทำไร่ไถนาไปพลางๆแบบไทยนะ) นอกจากนี้ รัฐบาลจะเป็นคนกำหนดพื้นที่และประเภทของสินค้าเกษตร ว่าบริเวณไหน ต้องปลูกอะไร ปริมาณเท่าไร จะปลูกตามใจชอบไม่ได้ จึงสามารถควบคุมชนิดและปริมาณของผลผลิตได้ชัดเจน…

Co-living Space สถานที่ทำงานที่เข้มข้นกว่า Co-working Space

หลายๆคนที่อยู่ในวงการ Startup คงรู้จัก Co-working Space กันเป็นอย่างดีแล้ว แต่สำหรับคนไม่รู้จัก Co-working Space ก็คือสถานที่ทำงาน คล้ายๆ office นั่นแหละครับ เพียงแต่ว่า startup ส่วนใหญ่ก็เริ่มจากไอเดียดีๆ กับคอมพิวเตอร์สักตัว จะให้ไปเช่า office สร้างสำนักงานเลยก็คงไม่ไหว ครั้นจะทำอยู่ห้อง บรรยากาศก็ไม่เป็นใจ ชวนให้นอนซะมากกว่าทำงาน หรือจะไปนั่งทำร้าน