ฝรั่ง (ยุโรป) มีสินสอดไหม ?

ในวัฒนธรรมของคนไทย สินสอด เป็นทรัพย์สินที่ฝ่ายชายให้แก่บิดามารดา หรือผู้ปกครองฝ่ายหญิงที่จะแต่งงานด้วย โดยแฝงความหมายในหลายนัยยะ ได้แก่ หลักประกัน คำมั่นสัญญา ไปจนถึงการตอบแทน ที่ฝ่ายชายมีให้แก่ฝ่ายหญิงในการไปสู่ขอ แต่ความหมายในบางนัยยะก็หมายถึง การตีตรามูลค่าของฝ่ายหญิง ที่ฝ่ายชายต้องไปซื้อมา ในหลายๆครั้ง สินสอดยังแสดงถึง หน้าตา เกียรติ ความมั่นคั่ง และอำนาจ ของทั้ง 2 ฝ่ายที่จะดองเป็นทองแผ่นเดียวกันด้วย

ในอินเดีย ฝ่ายหญิง ต้องเป็นผู้ให้ทรัพย์สินแก่ฝ่ายชาย เพราะฝ่ายชายต้องเป็นผู้ดูแลฝ่ายหญิง ฝ่ายหญิงจึงควรตอบแทนผู้ชายก่อนแต่งงาน ยิ่งผู้ชายที่มีหน้าที่การงานดีๆ ค่าสินสอดจะแพงมาก แม้ว่าอินเดียจะออกกฏหมายห้ามการให้และรับสินสอดมาตั้งแต่ปี 1961 แล้วก็ตาม แต่ประเพณีนี้ก็ยังคงอยู่และสร้างปัญหาให้อินเดียได้ไม่น้อย ในปี 2012 อินเดียมีคดีฆาตกรรมเจ้าสาวเพราะเงินสินสอดถึง 8,223 ราย ในขณะที่ปี 2010 มีถึง 8,391 คดี โดยจำเลยคือครอบครัวฝ่ายเจ้าบ่าว อันเนื่องมาจาก หากฝ่ายหญิงนำเงินมาให้น้อยกว่าที่ฝ่ายชายเรียกร้อง ก็จะถูกครอบครัวฝ่ายชายตั้งข้อรังเกียจ และหลายครั้งรุนแรงถึงขั้นรุมฆ่าเจ้าสาว มีหลายครั้งที่ฝ่ายหญิงถูกราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผา จากนั้นครอบครัวเจ้าบ่าวจะแจ้งว่าเป็นอุบัติเหตุ อย่างไรก็ดี หากเป็นในสังคมเมืองของอินเดีย มีแนวโน้มว่า ฝ่ายเจ้าสาวเริ่มเป็นฝ่ายเรียกสินสอด หรือช่วยกันออกค่าสินสอดทั้ง 2 ฝ่ายมากขึ้น

ในวัฒนธรรมจีน แม้ว่าส่วนใหญ่จะไม่มีธรรมเนียมให้เงินฝ่ายหญิงแล้ว แต่ก็ยังมีธรรมเนียมเรื่องการให้ของขวัญเล็กๆน้อยๆ หรือในบางครอบครัวมีธรรมเนียมฝ่ายชายให้สินสอดแก่ฝ่ายหญิง แต่สุดท้ายแล้วฝ่ายหญิงจะคืนให้ หรือนำสินสอดนั้นให้คู่รักไปใช้เป็นทุนตั้งตัวร่วมกัน หลายครั้งฝ่ายหญิงสมทบทุนก้อนนี้เพิ่มเติมให้ด้วย หรือฝ่ายหญิงอาจมีเฟอร์นิเจอร์ เครื่องเรือน ไปบ้านฝ่ายชายด้วย เพื่อเป็นการแสดงว่า การเข้ามาอยู่บ้านฝ่ายชาย ไม่ได้มาตัวเปล่าๆนะ แต่มีสมบัติติดตัวมาด้วยอย่างสมหน้าตา สมฐานะ พ่อแม่ฝ่ายชายจะได้เกรงใจ

อย่างไรก็ดี จะเห็นได้ว่า ธรรมเนียมสินสอดที่เห็นกันชัดๆ จะมีแต่ในฝั่งเอเชียซะส่วนใหญ่ แต่คำถามคือ แล้วยุโรปละ มีสินสอดไหม ?

สินสอดในยุโรป

อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนคงฟันธงไปแล้วว่า ยุโรปไม่มีสินสอดแน่นอน แต่ผมจะบอกว่า ในวัฒนธรรมยุโรป ก็มีสิ่งที่คล้ายๆสินสอดนะครับ

ต้องอธิบายก่อนว่า ในบริบทและควาหมายของคนไทย สินสอดมักหมายรวมถึง เงินหรือสิ่งของ ที่มีการให้แก่กันระหว่างพ่อแม่ของฝ่ายชายและฝ่ายหญิง แต่ถ้าเป็นทางฝั่งยุโรป เค้ามีศัพท์อยู่ 2 คำ ครับ คือคำว่า Bride price กับ Dowry ครับ

  • Bride price หมายถึง ทรัพย์ที่ฝ่ายชาย ให้กับฝ่ายหญิงในการแต่งงาน คำนี้จึงมีความหมายเหมือนๆกับ สินสอด ในความหมายแบบไทยเรา
  • Dowry หมายถึง ทรัพย์สินที่พ่อแม่ฝ่ายหญิงมอบให้ลูกสาว ถ้าจะแปลให้ตรงตัวจริงๆ ควรจะแปลว่า “สินเดิม” มากกว่า (แต่ใน google translate แปลให้ว่า “สินสอดทองหมั้น” นะครับ)

แน่นอนว่า Bride price ไม่มีในวัฒนธรรมยุโรป แต่ในวัฒนธรรมยุโรปนั้นมี Dowry ครับ

วัฒนธรรม Dowry ของยุโรป มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ และในยุคกลางก็มีการใช้อย่างแพร่หลาย

ทำไมถึงวัฒนธรรม Dowry จึงรุ่งเรืองในยุคสมัยนั้น ?

กฏหมายสมัยนั้นในยุโรป ถือว่า ทรัพย์สินทั้งหมดในบ้านเป็นของฝ่ายชาย ที่ดิน เครื่องใช้ เสื้อผ้า รวมถึงผลผลิตในไร่นา ล้วนถือว่าเป็นของฝ่ายชายทั้งหมด

เมื่อมีการแต่งงานเกิดขึ้น ฝ่ายหญิงต้องไปอยู่ในดินแดนของฝ่ายชาย ซึ่งกฏหมายไม่ได้คุ้มครองฝ่ายหญิงมากมายนัก ใครจะไปรู้ว่า เกิดฝ่ายหญิงทำให้ฝ่ายชายไม่พอใจขึ้น อาจถูกแกล้ง ทรมาน ให้อยู่แบบอดๆอยากๆก็ได้ ส่วนกฏหมายก็ไม่คุ้มครองอะไรให้เท่าไร ทรัพย์สินทุกอย่างก็เป็นของฝ่ายชายหมด แน่นอนว่า หัวอกคนเป็นพ่อแม่ ย่อมเป็นห่วงลูกเป็นธรรมดา วัฒนธรรมการให้ทรัพย์สินแก่ลูกสาวที่เรียกว่า Dowry จึงเกิดขึ้น

Dowry นี้มีตั้งแต่ข้าวของส่วนตัวของฝ่ายหญิง เช่น เสื้อผ้า เครื่องประดับ แก้วแหวน เงินทอง รวมถึงข้ารับใช้ และองครักษ์ส่วนตัว (นอกจากนี้ Dowry ก็ยังมีของมั่น ซึ่งฝ่ายชายมอบให้ฝ่ายหญิงด้วย ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นเครื่องประดับต่างๆ)

และ Dowry จะเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของฝ่ายหญิงเท่านั้น ฝ่ายชายไม่มีสิทธิใดๆในทรัพย์สินตรงนี้ เมื่อฝ่ายหญิงตาย Dowry จะตกเป็นของลูกของเธอ โดยที่คนอื่นในบ้านสามี รวมถึงลูกของสามีกับหญิงอื่นจะไม่มีสิทธิใน Dowry

ถ้าเป็นผู้หญิงที่มีฐานะ โดยเฉพาะในตระกูลขุนนาง หรือ เจ้าหญิง (เราคงเห็นเจ้าหญิงในยุโรปแต่งงานกันระหว่างราชวงศ์อยู่บ่อยๆ) Dowry นั้นจะมากมายมหาศาลมาก และใน Dowry นี้ ก็จะมีคนรับใช้ (เมด) และอัศวินส่วนตัวตามไปทำหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัยด้วย หรือในยุคหลังๆ ก็มีการส่ง Butler หรือ”ผู้จัดการครอบครัว” ไปด้วย (แต่คนไทยมักเรียกว่า พ่อบ้าน เรียกซะหมดราคาเลย ฮ่าๆ) ถ้าใครนึกไม่ออก ลองนึกถึงผู้ชายแก่ๆ ใส่ชุดสูตรหรูๆ คอยจัดการทุกอย่างภายในบ้านดูครับ จะเห็นบ่อยๆ ในฝรั่งอารมณ์ย้อนยุคหน่อยๆ

วัฒนธรรม Dowry ในปัจจุบัน

ในปัจจุบันธรรมเนียม Dowry ที่เป็นกิจลักษณะขนาดนี้ ไม่ค่อยมีกันแล้ว แต่จะเป็นในลักษณะ พ่อแม่ ให้ทรัพย์สิน พวกบ้าน รถ ที่ดิน หุ้น เงิน แก่ลูกๆที่จะแต่งงาน ซึ่งจะได้ทั้งลูกชายและลูกสาว (ไม่จำกัดเฉพาะฝ่ายหญิงเหมือนแต่ก่อน) แต่บ้านไหนที่โบราณๆหน่อย ก็จะให้พวก เครื่องเรือน เครื่องครัว และเสื้อผ้าต่างๆแก่ลูกสาวของตน


Share this:







Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *