ผู้นำ 5 ประเภทของขงจื๊อ

ขงจื๊อเป็นนักคิด นักปรัชญา ที่มีชื่อเสียงของจีน แนวคิดของขงจื๊อ ฝังรากลึกอยู่ในเอเซียตะวันออกมากว่า 20 ศตวรรษ ถึงขนาดมีคำกล่าวว่า “ผู้ใดเข้าไม่ถึงปรัชญาขงจื๊อ ผู้นั้นไม่มีวันเข้าใจจีนโบราณ” ทางศาสตร์ด้านตะวันตก เค้าก็มีศาสตร์ในมุมมองของผู้นำแบบตะวันตก เช่น ภาวะผู้นำ 5 ระดับ โดย John C.Maxwell หากใครเคยอ่านมาก่อน แล้วมาอ่านบทความนี้ ก็จะได้อรรถรสไปอีกแบบว่า ตะวันตกนั้น จะได้อารมณ์ความชัดเจน มีเหตุผล เยือกเย็น มีตัวชี้วัดหรืออะไรที่จับต้องได้ ในขณะที่มุมมองแบบตะวันออกนั้นจะอบอุ่น ซับซ้อน มีความผสมกันระหว่างเรื่องสังคม ศีลธรรม จารีต ฝังแน่นอยู่ในทุกจุด และมีความคลุมเคลือ นักปราชญ์ของจีนโบราณล้วนยึดถือตำรา ปรัชญาขงจื๊อ ในสมัย 3 ก๊ก ขงเบ้งคงไม่ได้อ่านตำราของตะวันตก ในการเลือกผู้นำอย่างแน่นอน หากอ่านบทความนี้แล้ว อาจจะเข้าใจก็ได้ว่า ทำไมขงเบ้งถึงเลือกคนนี้มาทำงานนั้น ถึงอย่างนั้นก็เป็นที่น่าสังเกตุว่า ความสามารถในการเลือกคนของขงเบ้ง ไม่เฉียบแหลมเท่ากับคนอย่างเล่าปี่ หรือโจโฉ จนแสดงให้เห็นความผิดพลาดออกมา เช่น…

ฝรั่ง (ยุโรป) มีสินสอดไหม ?

ในวัฒนธรรมของคนไทย สินสอด เป็นทรัพย์สินที่ฝ่ายชายให้แก่บิดามารดา หรือผู้ปกครองฝ่ายหญิงที่จะแต่งงานด้วย โดยแฝงความหมายในหลายนัยยะ ได้แก่ หลักประกัน คำมั่นสัญญา ไปจนถึงการตอบแทน ที่ฝ่ายชายมีให้แก่ฝ่ายหญิงในการไปสู่ขอ แต่ความหมายในบางนัยยะก็หมายถึง การตีตรามูลค่าของฝ่ายหญิง ที่ฝ่ายชายต้องไปซื้อมา ในหลายๆครั้ง สินสอดยังแสดงถึง หน้าตา เกียรติ ความมั่นคั่ง และอำนาจ ของทั้ง 2 ฝ่ายที่จะดองเป็นทองแผ่นเดียวกันด้วย ในอินเดีย ฝ่ายหญิง ต้องเป็นผู้ให้ทรัพย์สินแก่ฝ่ายชาย เพราะฝ่ายชายต้องเป็นผู้ดูแลฝ่ายหญิง ฝ่ายหญิงจึงควรตอบแทนผู้ชายก่อนแต่งงาน ยิ่งผู้ชายที่มีหน้าที่การงานดีๆ ค่าสินสอดจะแพงมาก แม้ว่าอินเดียจะออกกฏหมายห้ามการให้และรับสินสอดมาตั้งแต่ปี 1961 แล้วก็ตาม แต่ประเพณีนี้ก็ยังคงอยู่และสร้างปัญหาให้อินเดียได้ไม่น้อย ในปี 2012 อินเดียมีคดีฆาตกรรมเจ้าสาวเพราะเงินสินสอดถึง 8,223 ราย ในขณะที่ปี 2010 มีถึง 8,391 คดี โดยจำเลยคือครอบครัวฝ่ายเจ้าบ่าว อันเนื่องมาจาก หากฝ่ายหญิงนำเงินมาให้น้อยกว่าที่ฝ่ายชายเรียกร้อง ก็จะถูกครอบครัวฝ่ายชายตั้งข้อรังเกียจ และหลายครั้งรุนแรงถึงขั้นรุมฆ่าเจ้าสาว มีหลายครั้งที่ฝ่ายหญิงถูกราดน้ำมันแล้วจุดไฟเผา จากนั้นครอบครัวเจ้าบ่าวจะแจ้งว่าเป็นอุบัติเหตุ…

กรณีศึกษา ทำไมอัตราการก่ออาชญากรรมช่วงปี 1960 – 1990 ในอเมริกา ถึงสูงลิบลิ่ว

ช่วงปี 1960 – 1990 เป็นช่วงที่อเมริกากำลังเผชิญกับปัญหาอาชญากรรมอย่างหนัก ซึ่งอเมริกาเองก็พยายามอย่างหนักที่จะค้นหาสาเหตและแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ในทุกๆรูปแบบ แต่แล้วหลังปี 1990 อัตราการก่ออาชญากรรมก็ลดลงฮวบฮาบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เรียกได้ว่านักวิเคราะห์ นักเศรษฐศาสตร์ นักอาชญาวิทยา นักพฤติกรรมศาสตร์ ต่างก็งงกันเป็นแถบๆ อย่างไรก็ตาม อเมริกาไม่ปล่อยให้สิ่งนี้เป็นปริศนา ว่าอะไรคือสาเหตที่แท้จริงที่ทำให้ปัญหาการก่ออาชญากรรมหายไป ซึ่งจะนำไปสู่ผลที่ว่า ทำไมการก่ออาชญากรรมในช่วงนั้นถึงได้สูงลิบลิ่ว ในช่วงเวลาดังกล่าวอเมริกาพยายามอย่างหนักในการลดปัญหาอาชญากรรมทุกวิถีทาง แต่วิธีไหนเป็นวิธีที่ได้ผลจริงๆกันแน่ เศรษฐกิจที่ดีขึ้น เป็นที่ทราบกันดีช่วงเวลานั้นอเมริกาเป็นช่วงคาบเกี่ยวกับสงครามเวียดนามที่อเมริกาทุ่มงบประมาณไปมหาศาล ซึ่งคอยซ้ำเดิมปัญหาเศรษฐกิจในช่วงนั้นให้ทรุดลงอีก ตามมาด้วยปัญหาการว่างงานและอื่นๆอีกมาก แต่หลังจากปี 1990 เศรษฐกิจของอเมริกาก็เติบโตแบบก้าวกระโดด เป็นผลให้อัตราการว่างงานลดลงอย่างรวดเร็ว แต่นี่ใช่เหตุผลที่ทำให้อัตราการก่ออาชญากรรมลดลงจริงๆหรือ? มาลองพิจารณากันดูนะครับ ผลการวิจัยชี้ว่าอัตราการว่างงานที่ลดลง 1% จะลดคดีอาชญากรรมที่ร้ายแรงลงได้ 1% ประเด็นนี้น่าสนใจทีเดียว แต่ความจริงก็คือ ช่วงปี 1990-1999 อัตราการว่างงานลดลงไป 2% แต่คดีอาชญากรรมที่ไม่ร้ายแรงกลับลดลงไปถึง 40%!!!! ซึ่งห่างไกลไปจากทฤษฎีมากทีเดียว แสดงให้เห็นว่าประเด็นนี้ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้อาชญากรรมลดลงไป นอกจากนี้เมื่อเรานำทฤษฎีนี้ไปอธิบายคดีอาชญากรรมร้ายแรงก็จะยิ่งพบความไม่สัมพันธ์กันระหว่างทฤษฎีนี้และอัตราการเกิดอาชญากรรมมากขึ้นเรื่อยๆ (พูดง่ายๆก็นี้ ยิ่งคดีอาชญากรรมร้ายแรงมากขึ้นเท่าไร ตัวเลขนี้ก็จะไม่เป็นจริงมากขึ้นเท่านั้น) ปัญหาการว่างงานเป็นแรงจูงใจในการก่ออาชญากรรมบางประเภทเท่านั้น…

สรปเหตุการณ์สั้นๆ หลัง ครม.เลื่อนเห็นชอบเรือดำน้ำ มันพอบอกอะไรเราได้บ้าง

จากข่าว เรามาลำดับเหตุการณ์กันดูนะครับ หลังจากอเมริกายกเลิกการฝึกคอบร้าโกลกับไทย ไทยก็ส่งสัญญาณว่าจะซื้อเรือดำน้ำจากจีนทันที (สุดท้ายในปีนั้น ก็ต้องกลับมาฝึกด้วยอยู่ดี) หลังโครงการเดินหน้าเป็นรูปเป็นร่าง ไทยก็รื้อโครงการขุดคอคอดกระ (น่าสงสัยว่า เราอาศัยอิทธิพลจากจีนเพื่อให้โครงการนี้สำเร็จ + หากจีนมาตั้งฐานซ่อมบำรุงที่ไทยก็เท่ากับจีนได้ทางออกสู่ทะเลที่แท้จริงทันทีผ่านทางอันดามัน) แจ็ค หม่า เดินทางมาเจรจาเรื่องการตั้ง hub ที่ไทย โดยไทยสัญญาว่าจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน + ระบบราง รวมถึงข้อกำหนดเรื่องภาษีให้ (=เปิดทางออกฝั่งตะวันออกให้จีน ซึ่งเป็นทางออกเดียวของจีน คืองี้ เอาจริงๆ จีนมันออกไปไหนไม่ได้ เพราะด้านบนติดรัฐเซีย ด้านข้างมีญี่ปุ่น อีกฝั่งก็ทะเลทราย ด้านล่างก็เทือกหิมาลัย ถ้าจะบุกจีน หรือให้จีนออก ก็ต้องออกทางตะวันออกเท่านั้น) alibaba ยืนยันเรื่องการจะไปสร้าง hub ที่มาเลเซีย รมว.อุตสาหกรรม นัดคุยกับผู้บริหาร alibaba และ lazada (วันที่ 31 มีนาคม) บริษัท ฮิราตะ (ญี่ปุ่น) ขอพบสมคิด ครม.เลื่อนเห็นชอบเรือดำน้ำ…

ปี 2050 ไทยโดนเวียดนามแซง????

จากข่าว จีนใหญ่สุด 2050 พลิกโฉมเศรษฐกิจโลก เวียดนามทิ้งไทยไม่เห็นฝุ่น เอาละ หัวข้อข่าวน่าตกใจมาก แต่จริงๆมันเป็นเรื่องธรรมดามาก คิดง่ายๆ คน 1 คน กับคน 2 คน ทำงาน ใครได้ผลผลิตมากกว่ากัน และการบริโภคระหว่าง 1 คน กับ 2 คน อันไหนจะกินจะใช้เยอะกว่ากัน คือพื้นฐานของเศรษฐกิจ มันมาจากกิจกรรมของมนุษย์ ถ้าไม่มีมนุษย์ จะไม่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจเลย ทีนี้ ประเทศเราเป็นยังไง แก่ไวอันดับ 3 ของเอเซีย ประชากรลดไวอันดับ 3 ของโลก (ปีละ 0.3%) พอคนเราน้อย เศรษฐกิจก็หด GDP ก็ไม่รู้จะเอาที่ไหนไปโต หลักการมันคือเท่านี้แหละ เอาง่ายๆ ตอนนี้ อินโดนีเซีย ก็ GDP มากกว่าไทย แต่พอคิด GDP…