พฤติกรรมการใช้เงินของสาวออฟฟิศ

วันนี้ ระหว่างกำลังเล่น facebook เพลินๆ ก็ไปสะดุดตากับข่าว after you ร้านขายขนมชื่อดัง กำลังจะขาย IPO !!!!! หลายๆคนอาจกำลังพยายามเพื่อให้ได้หุ้น IPO ของเจ้านี้มาครอง แต่สำหรับผมแล้ว อย่างแรกที่แว๊บเข้ามาในหัวเลยคือ “เรามาถึงจุดที่ ขนมหวานเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้แล้ว!!!” นั่นทำให้ผมนึกถึงบทความที่อ้างงานวิจัยชิ้นนึงที่ผมเคยอ่านเมื่อปี 2014 เรื่อง เงินหมดตั้งแต่กลางเดือน พฤติกรรมการใช้เงินของสาวออฟฟิศ ซึ่งพูดถึงพฤติกรรมการใช้เงินของสาวออฟฟิศว่าเงินเดือนหมดไปกับค่าใช้จ่ายส่วนใดบ้าง ซึ่งผลก็ออกมาเป็นดังนี้ครับ

22.5% เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหาร

16.7% แฟชัน

9.8% ค่าเดินทาง

8.3% ออมเงิน

7.5% ความงาม

5.6% ขนมเค้ก และของหวาน

4.2% ปาร์ตี้และงานเลี้ยงสังสรรค์

4% กาแฟ

2.5% หนังสือ

2.5% ค่าโหลดแอปพลิเคชัน

1.8% สัตว์เลี้ยง

1.2% การกีฬา

13.4% อื่นๆ

เราลองมาแจงรายละเอียดกันดูนะครับ

สมมติว่าอิงตามฐานเงินเดือนขั้นต่ำของงานวิจัยที่ 25,000 บาท ต่อเดือน

อันดับ 1 เป็นค่าอาหาร 5,625 บาท ตกวันละ 187.5 บาท ถามว่าเยอะไหม ผมว่าไม่นะครับ

อันดับ 2 แฟชัน 4,175 บาท ผมที่เป็นผู้ชายก็ต้องบอกว่า มันเยอะ แต่สำหรับคุณผู้หญิงมันอาจจะมีความสำคัญ ผมจะพยายามนึกซะว่ามันเป็นเหมือนค่าใช้จ่ายพวก gadget ของผมละกัน

สำหรับค่าเดินทาง 9.8% ก็ไม่มีอะไรแปลก ตกเที่ยวละประมาณ 40 บาท ส่วนความงาม 7.5% นี่น้อยกว่าที่ผมคิดไว้มาก แค่พอซื้อเครื่องสำอางแบรนด์กลางๆได้กระปุกเดียวเท่านั้นเอง

ผมว่า Highlight จริงๆมันอยู่ที่ตรงนี้ครับ  ออมเงิน 8.3%, ขนมเค้ก  และของหวาน 5.6%, กาแฟ 4%

นั่นหมายความว่า สาวออฟฟิศอายุ 30 ปี หมดไปกับเค้กรวมกับกาแฟ เยอะกว่าออมเงินซะอีก งั้นมันก็ไม่แปลกนะครับ ขนาดกาแฟ starbuck ยังอยู่ในตลาดหลักทรัพย์อเมริกาได้ แล้วทำไมขนมหวานที่สาวออฟฟิศในประเทศนี้ใช้จ่ายเพื่อซื้อมันไปเยอะกว่ากาแฟอีกจะเข้าบ้างไม่ได้! ซึ่งผมว่าการที่ After you เข้า MAI รอบนี้ได้ ช่างสอดคล้องกับตัวเลขของงานวิจัยนี้มากๆ แต่ที่น่าจะวิตกจริงๆก็คือเงินออมเนี่ยแหละครับ ถ้าผมคำนวณว่า สาวออฟฟิศอายุ 30 ปี ที่ผ่านมามีเงินเก็บ 150,000 บาท แล้วเก็บเงินได้ในอัตรา 8.3% ตลอดไปจนอายุ 60 ปี ส่วนเงินเดือน 25,000 บาท ผมให้ได้เงินเดือนขึ้นปีละ 5% และเงินออมนี้สามารถลงทุนได้กำไรในอัตราปีละ 10% (ซึ่งตัวเลขพวกนี้ผมเผื่อให้มากกว่าความจริงนิดหน่อยแล้วนะครับ) สุทธิแล้วตอนอายุ 60 ปี เธอจะมีเงินทั้งหมดประมาณ 10-11 ล้าน ซึ่งไม่ถือว่าเยอะเลยนะครับ เมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อในอนาคตอีก 30 ปีข้างหน้า กับอายุไขเฉลี่ย 79 ปี แต่ก็ไม่ถือว่าน้อย เรียกได้ว่าพอดีๆ แต่อย่าลืมทุกวันนี้เราอยู่ในสภาวะเงินล้นโลก ดอกเบี้ยต่ำเตี้ย จะให้ลงทุนได้ 10% ทุกปีเป็นเรื่องยากมาก ถ้าผมปรับตัวเลขกำไรจากการลงทุนให้ใกล้ความจริงมากขึ้นหน่อยที่ 4% ต่อปี เงินออมตอนอายุ 60 ปี จะเหลือเพียง 3.5 ล้านบาท ซึ่งน้อย ถ้าไม่มีลูกหลานช่วยดูแลและช่วงอายุ 60-70 ปี ไม่สามารถหารายได้เพิ่มได้ อาจต้องอยู่แบบค่อนข้างลำบากยามแก่เลยทีเดียว เพราะฉะนั้น ลดขนมหวานกับกาแฟ มาเพิ่มเงินออมเถอะครับ

สุดท้ายนี้ ถ้าใครที่ตามข่าวมาตลอด จะทราบว่า จริงๆแล้ว After you มีข่าวมาตั้งแต่ปี 57 ว่าจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ให้ได้ในปี 58 แต่ข่าวก็เงียบหายไป จนทำได้สำเร็จจริงๆในปี 59 นี้เอง


Share this:







Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *